สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำหรัฐ โพสต์คลิปการแถลงบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเอง กล่าวถึงการลอบยิงสังหารนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวและอินฟลูเอนเซอร์การเมืองฝ่ายขวา วัย 31 ปี ระหว่างอยู่บนเวทีปราศรัย ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์แวลลีย์ ในเมืองโอเลม ของรัฐยูทาห์ “คือช่วงเวลาอันมืดมนของสหรัฐ” และยกย่องเคิร์กในฐานะ “ผู้พลีชีพเพื่อความจริง”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์ประณามการสร้างวาทกรรมทางการเมืองของ “กลุ่มฝ่ายซ้ายจัด” ถือเป็น “ต้นเหตุโดยตรง” ของการก่อการร้ายและความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายจะเร่งติดตามล่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้ และการใช้ความรุนแรงทางการเมืองทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่บรรดาองค์กรที่ให้เงินทุนและให้การสนับสนุน


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า การยิงของคนร้าย “เกิดขึ้นโดยเจตนา” เนื่องจากใช้กระสุนเพียงนัดเดียว และมือปืนซึ่งแต่งกายด้วยชุดสีดำ ซุ่มอยู่บนหลังคาของอาคารแห่งหนึ่งภายในมหาวิทยาลัย


ด้านนายเจสัน แชฟเฟตซ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 3 รัฐยูทาห์ ของพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้น ระหว่างที่เคิร์กกำลังอยู่ในช่วงตอบคำถามของผู้ที่มาร่วมฟังการปราศรัย ซึ่งคำถามแรกและคำถามที่สอง เกี่ยวกับศาสนาและคนข้ามเพศในสหรัฐ การสนทนาเป็นไปตามปกติ แต่เมื่อมาถึงคำถามที่สาม ซึ่งเกี่ยวกับเหตุกราดยิงในสหรัฐ เสียงกระสุนปืนดังขึ้นทันที และเคิร์กล้มลงไปกองกับพื้น


ทั้งนี้ เคิร์กถือเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมการเมืองฝ่ายขวารุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ โดยมีบทบาทสำคัญกับการร่วมสร้างฐานเสียงฝ่ายขวาในหมู่กลุ่มคนหนุ่มสาว เพื่อสร้างความนิยมให้กับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว


อนึ่ง เหตุการณ์ลอบสังหารเคิร์ก คือกรณีล่าสุดของการใช้ความรุนแรงทางการเมืองในสหรัฐ ตามข้อมูลของศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และนานาชาติ (ซีเอสไอเอ) มีการโจมตีและการข่มขู่เจ้าหน้าที่ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ผู้สมัครทางการเมือง ผู้พิพากษา และข้าราชการในสหรัฐ รวมอย่างน้อย 25 ครั้ง ระหว่างปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจากเพียงสองครั้ง ในช่วง 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น.

เครดิตภาพ : AFP