“ต้นหอม” ผักเครื่องเคียงยอดนิยมที่มักถูกนำมารับประทานคู่กับอาหารหลายเมนู แท้ที่จริงแล้วเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาด้วยเช่นกัน

สาระน่ารู้จาก “สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์” พูดถึงประโยชน์และสรรพคุณมากมายของ “ต้นหอม” เป็นสมุนไพรที่เป็นพืชล้มลุก เจริญเติบโตได้ง่าย มีหัวใต้ดิน มีลำต้นกลมๆ ลำต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ ใบเป็นท่อยาวปลายแหลม ภายในกลวง มีสีเขียว รสชาติเผ็ดร้อน ดอกออกเป็นช่อ มีลักษณะคล้ายร่ม มีกลิ่นฉุนและรสชาติเผ็ดร้อน ในประเทศไทยมีการปลูกต้นหอมหลายสายพันธุ์

-ลำต้น มีลักษณะกลมๆ จะถูกห่อหุ้ม ไปด้วยกาบใบโดยรอบๆ มีสีเขียว

-ใบ มีลักษณะเป็นท่อยาว ปลายแหลม ภายในกลวง ใบของต้นหอม มีสีเขียว มีกลิ่นฉุนแรงและรสชาติเผ็ดร้อน

-ดอก ออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกยาว ช่อดอกเมื่อบานมีลักษณะคล้ายร่ม มีดอกย่อยๆ เป็นจำนวนมาก มีดอกสีขาว ก้านช่อดอกยาวกลมข้างในกลวง รองรับช่อดอกไว้

-หัว มีหัวใต้ดิน หัวมีลักษณะทรงกลม หรือทรงกลมรี มีสีขาวหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุนแรง ใช้ประกอบปรุงอาหารต่างๆ

-ราก ระบบรากฝอยเล็กๆ สีน้ำตาล ออกด้านล่างของหัว หัวมีลักษณะทรงกลม หรือทรงกลมรี หัวอ่อนมีสีขาวหรือสีม่วง ตามสายพันธุ์ มีกลิ่นฉุนแรง รสชาติเผ็ดร้อน

สารอาหารของ “ต้นหอม”

-มีฟอสฟอรัส และเบตาแคโรทีน

-มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 9

-มีคาร์โบไฮเดรต มีพลังงาน

-มีเส้นใย

-มีไขมัน

-มีเหล็ก สังกะสี ฟลูออไรด์ แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส มโพแทสเซียม

-น้ำตาล และโปรตีน

ประโยชน์และสรรพคุณของ “ต้นหอม”

-ช่วยขับเหงื่อ

-ช่วยบำรุงหัวใจ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

-แก้แมลงสัตว์กัดต่อย

-ช่วยลดไข้ แก้หวัด แก้คัดจมูก แก้น้ำมูกไหล

-ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

-ช่วยบำรุงสายตา

-บำรุงผิวพรรณ

-ช่วยลดกระดูกพรุน

-ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง

-มีเส้นใยอาหาร ช่วยป้องกันอาการท้องผูก ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหาร

-ช่วยลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด

-มีอนุมูลอิสระ และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเชื้อโรค