สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ทั้ง 15 ประเทศ มีมติเป็นเอกฉันท์ รับรองมติ “ประณามการโจมตีกาตาร์ เน้นย้ำความสำคัญของการลดระดับความรุนแรง และแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับกาตาร์”


ขณะเดียวกัน เนื้อหาในแถลงการณ์เน้นย้ำ “ความสนับสนุนของยูเอ็นเอสซี ที่มีต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกาตาร์” และให้ความสำคัญพร้อมทั้งยกย่องบทบาทของกาตาร์ ว่ามีความสำคัญกับการเจรจาปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา และการเจรจาสันติภาพที่เกี่ยวข้อง


แม้เนื้อหาในแถลงการณ์ไม่มีการเอ่ยถึงอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว ทั้งที่สหรัฐซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ออกเสียงสนับสนุนมตินี้ด้วยก็ตาม

อย่างไรก็ดี ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศกาตาร์ ซึ่งเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมยูเอ็นเอสซีครั้งนี้ด้วยตัวเอง ค่อนข้างพึงพอใจกับการลงมติของยูเอ็นเอสซีในครั้งนี้ และประณามอิสราเอล เป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การบริหารของ “กลุ่มหัวรุนแรงกระหายเลือด”


ขณะที่อิสราเอลค่อนข้างสงวนท่าทีต่อมติของยูเอ็นเอสซี ซึ่งเกิดขึ้นหลังกองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีเป้าหมาย เป็นอาคารหลังหนึ่งในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่พำนักของทีมเจรจาฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส


ต่อมา กลุ่มฮามาสยืนยันการเสียชีวิตของสมาชิก 5 ราย ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ส่วนรัฐบาลกาตาร์ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงนายหนึ่งเสียชีวิต.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES