เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า  กระทรวงการต่างประเทศยินดีต่อผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/2568 ที่เกาะกง ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและเห็นชอบร่วมกันในหลายประเด็น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ฝ่ายไทยผลักดันมาตลอด ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ สำหรับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดด้วยมนุษยธรรม จะแต่งตั้งคณะประสานงานร่วมภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อจัดทำแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและกำหนดพื้นที่นำร่อง โดยจะเริ่มดำเนินการทันทีภายในเวลา 1 เดือน ส่วนการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติของทั้ง 2 ประเทศ หารือและจัดตั้งคณะทำงานภายใน 1 สัปดาห์ จัดทำแผนปฏิบัติการร่วม โดยฝ่ายไทยได้ส่งมอบข้อมูลและพิกัดที่ตั้งของสแกมเมอร์ กว่า 60 แห่ง ในกัมพูชาให้กับฝ่ายกัมพูชาแล้ว โดยจะมีการประชุมประสานงานในวันที่ 16 ก.ย.นี้ ที่ จ.สระแก้ว

นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตามที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ชี้แจงแล้วว่าขณะนี้ยังไม่มีการเปิดด่านผ่านแดนไทย-กัมพูชา และจะไม่มีการผ่อนปรนส่งสินค้าใดๆ หากไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.การถอนอาวุธหนักจากพื้นที่ชายแดน 2.การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด 3.การปราบปรามสแกมเมอร์ในระดับที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันได้ อย่างไรก็ตาม การประชุมจีบีซี ไทย-กัมพูชา เป็นความสำเร็จในการใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ปัญหาระหว่างกัน ส่วนสิ่งที่จะทำให้การเจรจาครั้งนี้สำเร็จอย่างแท้จริง คือความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งจะต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดต่อไป สำหรับการประชุมจีบีซี ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษครั้งต่อไปจะมีกำหนดใน 30 วัน หลังจากนี้ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพ โดยประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธียั่งยืนผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ โดยให้ความสำคัญกับการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งความมั่นคงปลอดภัยและความกินดีอยู่ดีของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นเป้าหมายสูงสุด

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยระบุในลักษณะอยากให้เปิดด่านไทย-กัมพูชา ทำให้คนไทยจำนวนมากเข้ามารุมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ในเพจเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่าญี่ปุ่นกดดันฝ่ายไทย กระทรวงการต่างประเทศจะทำความเข้าใจกับทางการญี่ปุ่นอย่างไร นายนิกรเดช กล่าวว่า ประเด็นทั้งหมดเกิดขึ้นจากเรื่องห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดน ขณะเดียวกันทราบว่าญี่ปุ่นมีความเดือดร้อนจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้น ฝ่ายญี่ปุ่นจึงแสดงความยินดีต่อกรณีที่ผลการประชุมจีบีซีมีพัฒนาการในเชิงบวก ส่วนสิ่งที่เราจะทำความเข้าใจกับฝ่ายญี่ปุ่นคือ กระบวนการนี้ใช้เวลา หากดูผลการประชุมจีบีซีให้ชัด ก็จะเห็นว่าการเปิดด่านจะมาพร้อมกับเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปรับอัตราอาวุธ และการปราบปรามสแกมเมอร์ ตราบใดที่ 3 ข้อนี้ไม่เกิด โดยการเปิดด่านก็เป็นเพียงแนวคิด