เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) เพจเฟซบุ๊กของกองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ภาพในประเด็นที่ผู้แทนบริษัท Capital Trust Group Limited ได้เข้าพบ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) เพื่อยื่นเอกสารโครงการ “AgriTech Drone Digital Bond” วงเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดหาโดรนเกษตรอัจฉริยะ 1 ล้านลำในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมการใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน เพื่อเพิ่มทักษะให้กับทหารในการทำเกษตร ภายหลังจากนั้นได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเป็นวงกว้าง

ในประเด็นนี้ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษกทบ.) ได้ตรวจสอบรายละเอียดไปยังกองทัพภาคที่ 2 และได้รับยืนยัน ว่า การพบปะที่ผ่านมายังเป็นเพียงการรับฟังข้อมูลโครงการ และรับฟังข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับหน่วยเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลทั่วไปของโครงการฯ มีข้อสังเกตในเบื้องต้น เช่น การใช้วงเงินสูง และมีความจำเป็นหรือเป็นความต้องการจริงของเกษตรกรหรือไม่ จึงทำให้ต้องมีการพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของโครงการฯ รวมถึงประโยชน์ที่กำลังพลหรือประเทศจะได้รับอย่างเป็นรูปธรรม

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ แม้ว่าสิ่งที่บริษัทเสนอให้กับกองทัพภาคที่ 2 จะมีเพียงเฉพาะการฝึกอบรมเพิ่มทักษะความรู้ให้กับกำลังพล ซึ่งดูผิวเผินเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นแนวบวก แต่ด้วยการเกี่ยวข้องระหว่างหน่วยราชการกับเอกชนในปัจจุบัน สามารถทำให้ถูกมองออกได้หลายมุม โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 2 เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนมากในช่วงนี้ ขอย้ำว่ายังไม่มีการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว โดยกองทัพบกจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในทุกด้านอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินการใด ๆ ต่อไป