สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ “มวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025” ที่เมืองมาลาก้า ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย.68 ซึ่งนับเป็นประเทศที่ 8 จากทั้งหมด 10 ประเทศที่จะเดินทางไปจัดกิจกรรมโปรโมตกีฬามวยไทยในปีนี้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกีฬามวย กกท. พร้อมด้วย น.ส.วันดี อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ชำนาญการ กกท. ระดับ 8 ได้เดินทางไปตรวจมาตรฐานของค่ายมวย 2 แห่ง ในเมืองมาลากา ประเทศสเปน คือ ค่ายทีม พาวเวอร์ และค่ายแซม ลุมพินี ยิม ซึ่งเป็น 2 จาก 5 ค่ายมวยไทยขนานแท้ในเมืองนี้ พร้อมกับได้มีการมอบป้าย Standard Muaythai Gym หรือ SMG เพื่อรับรองการผ่านมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ให้กับทั้ง 2 ค่ายแห่งนี้ด้วย

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา กล่าวว่า สำหรับสเปน นับเป็นประเทศที่ 15 ที่เราทำโครงการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 ส่วนในปีงบประมาณ 2568 นอกจากสเปนแล้วยังมีอีก 2 ประเทศ ที่ต้องไปหลังจากนี้คือ โปรตุเกส และออสเตรเลีย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พบความหลากหลายของผู้ที่รักมวยไทยแทบทุกประเทศ โดยเฉพาะเมืองมาลากา ที่ค่ายทีม พาวเวอร์ และแซม ลุมพินี ยิม ซึ่งได้สอนมวยไทยเพียว ๆ โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. ได้มาตรวจค่าย และมอบป้าย SMG เพื่อรับรองมาตรฐาน

“ครั้งนี้ก็เป็นอีกมุมหนึ่งที่เป็นเรื่องดี ๆ เราได้เห็นเด็ก ๆ ที่ส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนก็มาเรียนมวยไทยกันเป็นจำนวนมาก ผมได้พบผู้ปกครองและพูดคุย เขาก็บอกว่าลูกชอบและดูมวยไทยผ่านทางออนไลน์กันเยอะ ทำให้อยากเรียนมวยไทย ผู้ปกครองเองก็สนับสนุน จึงเชื่อว่าเรามาถูกทาง ก็เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนกีฬามวยไทยให้แพร่หลายไปทั่วโลก และที่นี่เราก็ได้มาเจอน้องมาเรียที่ไปชกมวยที่บ้านเราและได้แชมป์ เขาชอบมวยไทยมาก นอกจากการที่เขาไปชกที่บ้านเรา พ่อแม่ก็ไปด้วย ไปเรียนมวยไทยที่บ้านเราก็ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเรื่องการท่องเที่ยว”

นายชลิตรัตน์ กล่าวอีกว่า กระแสความนิยมของกีฬามวยไทยในสเปนไม่แพ้ที่อื่น เพราะว่ามีเด็ก ๆ ขนาดนี้มาเรียนมวยไทย ผู้ใหญ่ที่เรียนมวยไทยก็จะเยอะมาก ซึ่งค่ายมวยไทยในเมืองมาลากา มี 5 ค่ายที่เป็นมวยไทยแท้ ๆ นอกนั้นก็จะมียิมที่สอนผสมผสาน ส่วนนอกเมืองมาลากา ก็จะมีอีก 30-40 เป็นยิมเล็กบ้างใหญ่บ้าง ซึ่งจากการที่เราไปตรวจเยี่ยมก็ได้เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นเยาวชนเรียนมวยไทย ก็ได้เห็นความแตกต่างในแต่ละประเทศ และจากการได้พูดคุยพบว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วมียิมไม่กี่แห่ง แต่ถึงปีนี้มียิมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“ฉะนั้นการเพิ่มขึ้นของยิมมวยไทยเป็นตัวชี้วัดว่ามีคนทำธุรกิจมวยไทยเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าในการทำมาสเตอร์ คลาส แต่ละประเทศก็จะสร้างความนิยมให้มากขึ้นโดยเฉพาะการเข้าไปอยู่ในกลุ่มของเยาวชนที่มีความสำคัญมาก และเมื่อมีความต้องการเรียนมวยไทยมากขึ้น เขาก็เปิดค่ายมวยไทยมากขึ้น ก็เป็นตัวชี้วัดที่ดีสำหรับประเทศไทย เพราะว่าเมื่อเขาเรียนมวยไทย ชอบมวยไทย ก็ต้องไปฝึกมวยไทยที่บ้านเรา”

ด้าน มาเรีย มาร์ติน นักชกสาวดาวรุ่งชาวสแปนิชวัย 12 ปีแห่งค่ายทีม พาวเวอร์ ยืนยันว่า ในอนาคตต้องการอยากที่จะเป็นนักมวยไทยอาชีพ และอยากที่จะเดินทางไปเรียนมวยไทยที่ประเทศไทยที่เป็นแผ่นดินเกิดของมวยไทย เช่นเดียวกับทาง แองจี้ มิเชลล์ นักชกสาววัย 24 ปีของค่ายแซม ลุมพินี ยิม ก็ตั้งเป้าอยากที่จะเป็นนักมวยไทยอาชีพในอนาคต แต่ตอนนี้ขอขึ้นชกเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเดินทางไปซ้อมมวยไทยที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นแผ่นดินแม่ของมวยไทยอีกด้วย

สำหรับโครงการมวยไทย มาสเตอร์ คลาส 2025 เดินทางไปเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยทั้งหมด 10 ประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปที่ฮ่องกง, บราซิล, อังกฤษ​, สกอตแลนด์, สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และสเปนนับเป็นประเทศที่ 8 จากนั้นจะเดินทางต่อไปที่ 2 ประเทศสุดท้ายคือ โปรตุเกส และปิดท้ายที่ออสเตรเลีย