เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีนักวิชาการ อดีตนักการเมือง และนักการเมืองออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงพรรคเพื่อไทยว่าจะเป็นพรรคขาลงและในการเลือกตั้งสมัยหน้าอาจจะเหลือไม่ถึง 100 เสียง หรือ 50 เสียง พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมือง ตนขออนุญาตไม่ตอบโต้นักวิชาการ นักการเมืองเหล่านั้น เพียงแต่ว่าเราจะยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และจะนำไปพัฒนาพรรคของเราให้ดีขึ้น
นายดนุพร กล่าวถึงโหวตเตอร์พรรคเพื่อไทย หรือคนที่ยังศรัทธาในพรรคว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยประสบวิกฤติทางการเมือง พรรคเพื่อไทยเมื่อก่อนเป็นพรรคไทยรักไทย เราถูกปฏิวัติมา 2 ครั้ง ถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่เราถูกวิกฤติทางการเมือง เราสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างเข้มแข็ง และนำทัพพรรคเพื่อไทยลงในสนามเลือกตั้ง และหลายครั้งที่เราชนะในสนามเลือกตั้ง
นายดนุพร กล่าวต่อว่า แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพรรคในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาชิกพรรคบางคนอาจจะมีการเสียใจบ้างที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกจากตำแหน่ง และนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเข้าไปสู่การจองจำอีกครั้งหนึ่ง ขอย้ำว่า พรรคของพวกเราพร้อมที่จะลุกขึ้นยืน และเข้มแข็งอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือน เพราะเรายังมั่นใจว่าหัวใจของเรายังเป็นพี่น้องประชาชน เราจะนำเสนอนโยบายดี ๆ เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนที่ลำบาก เราไม่สามารถทิ้งประชาชนที่สนับสนุนเรา และคนรากหญ้าให้ลำบากได้เพียงลำพัง เราพร้อมที่จะลุกขึ้นเข้มแข็งอีกครั้งในเร็ววัน พวกเราพร้อมเดินหน้าต่อ แม้เราจะประสบปัญหานานาประการในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ทุกคนได้เป็นกำลังใจให้พวกเรา หากพร้อมแล้ว เจอกันในสนามเลือกตั้งแน่นอน
เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงรัฐบาลชุดใหม่เรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดนหรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีการเปิดด่านเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นการเรียกร้องของ สส. บางคนของพรรคประชาชน แต่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเรื่องชายแดนจะให้สิทธิของคณะกรรมการชุดหนึ่งในการพิจารณาเรื่องนี้ว่าจะปิดเปิดด่านอย่างไร และคงต้องรอความชัดเจนจากการนำรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร และวันนี้หัวหน้าพรรคแกนนำพรรค และ สส. ในบริเวณชายแดนยังสั่งให้ สส. ติดตามบริเวณชายแดน และดูแลพี่น้องประชาชนที่ยังเกิดความหวาดระแวง รวมถึงยังให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด



