เมื่อวันที่ 15 ก.ย. พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน ได้เข้าตรวจสอบร้านค้าต้องสงสัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมและยาแก้ไอ อย่างผิดกฎหมายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่
จากการเข้าตรวจสอบพบคนงานชาวเมียนมา 2 คน คือ นางทันดา อายุ 27 ปี และนางมยัท โน ไว อายุ 31 ปี กำลังต้มและบรรจุใบกระท่อมใส่ถุงพลาสติกเพื่อจำหน่าย ที่บริเวณหลังร้านยังพบของกลางจำนวนมาก ประกอบด้วย หัวเตาแก๊ส ถังแก๊สขนาดใหญ่ หม้อต้มขนาด 70 ลิตร น้ำกระท่อมแปรรูปกว่า 192 ลิตร และใบกระท่อมสดหนัก 23 กิโลกรัม แรงงานสาวเมียมาทั้ง 2 คน ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าร้านดังกล่าวมีคนไทยเป็นเจ้าของร้าน
ต่อมาตำรวจได้ประสานเจ้าของร้านเข้ามาพบที่ร้าน โดยยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำกระท่อม รวมถึงยาแก้ไอ ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร้าน ให้กับวัยรุ่นไทยรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้มีรายได้ต่อวันกว่า 10,000 บาท สำหรับร้านค้าดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนเกาะพะงันศึกษาเพียง 550 เมตร เท่านั้น
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของร้าน “จำหน่ายและแปรรูปน้ำกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต, จำหน่ายยาแก้ไอโดยไม่มีใบอนุญาต และจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย” ส่วนคนงานชาวเมียนมาถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้” นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (ผบช.ทท.) ที่มีนโยบายกวาดล้างร้านค้าที่จำหน่ายน้ำกระท่อมและสารเสพติดใกล้สถานศึกษาในรัศมี 1,000 เมตร เพื่อป้องกันเยาวชนจากภัยร้ายของยาเสพติดประเภทต่างๆ.


