ทำเอาหลายคนพากันตื่นเต้นหนักมาก หลังดาราสาวสวย อุ้ม ลักขณา ได้ออกมาอวดความสวยและเซ็กซี่อีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เคยไปเอาหน้าอกออกเพราะมีปัญหาเรื่องปวดหลัง และล่าสุดเธอกลับมาทำหน้าอกอีกรอบและเซ็กซี่หนักมาก งานนี้พอเจอตัวสาวอุ้มในงาน Reducose EG (รีดูโคสอีจี) ปนันชิตา ก็ไม่พลาดต้องถามถึงเรื่องนี้สักหน่อย

อุ้ม เผยว่า “ตอนนี้ความเป็นอุ้มลักขณายังคงอยู่ คือมันไม่ได้เลย เราต้องสวยแซ่บตลอดไป เราเอว 24 นิ้วตลอด เพราะเราต้องดูแลตัวเอง เราอยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆคนที่เขาเห็นอุ้ม ลักขณา นึกถึงความหุ่นดี ความเซ็กซ์แอพพิล เราอยากให้ตรงนี้มันอยู่กับเรา และอีกอย่างเราก็มีอยู่เนอะ ก็อยากให้ลูกเห็นเราออกกำลังกาย  เห็นเราดูแลสุขภาพ เราก็อยากอยู่กับเขาไปนานๆ  หน้าอกก็ใส่เป็นมาเป็นปีแล้ว คัมแบ็กกกลับมาทำงานอีกรอบหนึ่ง ตั้งแต่ไม่ได้ไปอยู่เชียงใหม่ กลับมาอยู่หน้าบ้านบ้าง ต่างกันไหม เอาจริงๆตอนเอาออกไปแล้วมันโล่ง แต่มันไม่สวยเลย มันไม่ใช่อุ้ม ลักขณาเลย มันคือหน้าอกของการผ่านการมีลูกมาแล้ว ความถุงกาแฟ (หัวเราะ) ปกติมันพุ่งหน้า แต่ยิ่งให้นมลูกก็ยิ่งแบบ มันเอาออกไปแล้วมันคือถุงชาชัก มันเต้งๆ”

“เอากลับมารอบนี้ จริงๆก่อนจะเอาออกอุ้มใส่ประมาณ 300  แต่ตอนนี้ 250 แล้ว เอาให้สวยพอดีตัว ตอนที่ไม่มียังไม่ชิน แต่พอเอากลับมาอีกครั้ง รู้สึกว่าเราแต่งตัวสวยขึ้น ที่ไม่เอาเท่าเดิมเพราะมันปวดหลัง ตอนที่เอาออกปัญหาคือปวดหลัง เพราะเราตัวเล็ก แต่เราต้องแบกเต้าข้างละ 300 รวมสองข้างก็ 600 แล้วเราก็หลังค่อม ก็เลยไม่อยากได้ไซส์เดิม หมอบอกอยากให้ใส่ 275 เราก็บอกว่า 250 แล้วกันหมอ  พอแล้ว เพราะเรามีหน้าอกอยู่แล้ว พอทำมาแล้ว เราก็ผู้หญิงอ่ะเนอะ ก็มีต้องมีอก มีเอว มีสะโพก เราก็คิดว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนี้แหละ ก็นิดนึงค่ะ”

อุ้ม เล่าต่อว่า “เรื่องอาจารย์ที่มีดราม่าไม่ได้คุยกับอาจารย์เป็นการส่วนตัว อุ้มไม่ได้มีช่องทางการติดต่ออาจารย์ ก่อนหน้านี้ถามว่าสงสัยอะไรไหม ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะการทำบุญเป็นเรื่องของความสมัครใจเนอะ สิทธิส่วนบุคคล ความเชื่อของแต่ละคน ฉะนั้นจะมาบอกว่าเขามาหลอกเอาเงินเราหรือเปล่า อุ้มไม่โดน เรียกว่าไปทำงานบุญด้วยกัน เราก็ถ้าใครอยากจะทำบุญเท่าไหร่ก็ทำมา ก็มีโอกาสได้สร้างระฆังร่วมกันแค่นั้นเองกับอาจารย์ เราไม่ได้ทำคนเดียว ชวนเพื่อนๆทำด้วย ถามว่ามีข่าวกลัวไหม เราก็กลัวจะกระทบถึงธุรกิจสายมูของเราเหมือนกัน (ยิ้ม) ถามว่ามีผลกระทบไหม แต่อุ้มไม่ได้ทำธุรกิจในเรื่องของการชักชวนคนมาทำบุญ เพื่อเอาเงินไปทำบุญต่ออะไรโน้นนี่ แต่เรามีเครื่องลางของขลังซึ่งเครื่องลางก็ไม่ได้มูจ๋า แต่เราทำพวกน้ำหอม ต่างหูใส่ ซึ่งต่างหูเราก็ไปทำพิธีที่วัดแขก วัดเทพมณเฑียรด้วย ไม่ได้บอกทุกคนมาทำบุญกับลักขณาแล้วจะเอาเงินไปทำบุญต่อ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ กับอาจารย์ จริงๆก็อาจารย์บอกว่าจะไปสร้างโบสถ์ที่อุดรฯ ก็มีการสร้างจริงตอนนั้นนะ ถามว่าหมดศรัทธาไหมเหรอคะ คือเราก็นับถืออาจารย์ในฐานะอาจารย์ท่านหนึ่ง แต่ถามว่าเข้าใจความรู้สึกของคนที่เขาทำบุญไปแล้ว และอาจจะไม่ถึงสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ เขาก็ต้องเสียความรู้สึกอยู่แล้ว อันนี้เราเข้าใจว่าเขาไม่ได้มีเงินเยอะ แต่เขามีความเชื่อ ซึ่งเรื่องของความเชื่อมันเป็นอะไรที่ลึกซึ้งมาก คนเชื่อเรื่องเทพ เรื่องทำบุญก็ต่างกัน ในเรื่องของความเชื่อ มันเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคน คนเรามีความทุกข์และเครียดจากปัญหาต่างๆ รอบด้าน การที่เรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มันเป็นเรื่องที่มันฮีลใจนะ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าที่ไหนไม่น่าทำบุญเราก็ไม่ต้องเอาเงินไปลงก็ได้ เราอาจจะทำบุญด้วยการสวดมนต์อยู่บ้าน หรือนั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม หรือทำบุญกับพ่อแม่เราเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว”

ขอบคุณภาพประกอบจาก lukkanaaum