เมื่อวันที่ 16 ก.ย. จากกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการปรับเกณฑ์การปลดล็อกบัญชีเงินฝากที่ถูกระงับชั่วคราวจากบัญชีม้าให้เร็วขึ้นภายใน 4 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 1 วัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการนั้น

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามประเด็นดังกล่าวกับ ดร.ปริญญา หอมเอนก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ระบุ ควรให้โอกาสหน่วยงานพิสูจน์ประสิทธิภาพก่อน เพราะหากสามารถปลดล็อกบัญชีของผู้บริสุทธิ์ได้โดยไม่ล่าช้า จะช่วยลดความเดือดร้อนประชาชน และแก้ปัญหาคอขวดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยการปลดล็อกสามารถทำผ่านสายด่วน AOC 1441 กด 2 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการได้รวดเร็ว

ส่วนกระแสข่าวว่าผู้ค้าไม่กล้ารับโอนเงิน รับแต่เงินสด อาจส่งผลต่อระบบ e-Payment หรือไม่ เรื่องนี้ ดร.ปริญญา มองเป็นเพียงข้อกังวลในโลกออนไลน์ ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และระบบการเงินโดยรวมยังคงทำงานได้ปกติ

ทั้งนี้ อธิบายถึงข้อจำกัดของการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสอบบัญชีม้าว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะทำนายล่วงหน้า เพราะบัญชีม้าเกิดขึ้นหลังจากถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด ดังนั้น ธนาคารไม่สามารถทราบได้ตั้งแต่ต้นว่าใครจะเป็นม้า และไม่สามารถโทษธนาคารว่าปล่อยให้มีบัญชีม้าเกิดขึ้นได้

สำหรับแนวทางแก้ไขระยะยาว เสนอว่าควรล็อกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า มากกว่าการล็อกบัญชีแบบกว้าง ๆ และเพิ่มมาตรการควบคุมการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานถูกแอด LINE ด้วยเบอร์มาโทรฯ หลอกให้โอนเงิน

“การแก้ปัญหาเรื่องบัญชีม้า ต้องเน้นที่ปลายเหตุ คือ หยุดการหลอกลวงประชาชน และล็อกตัวผู้กระทำผิด ไม่ใช่โทษธนาคารหรือมุ่งไปที่บัญชีที่เปิดโดยบุคคลปกติ”

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลาอีก 2–3 เดือน เพื่อปรับปรุงมาตรการและระบบการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าการกวาดล้างบัญชีมิจฉาชีพไม่กระทบต่อผู้บริสุทธิ์ และระบบการเงินไทยยังคงเสถียรและปลอดภัย