เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ นายโสภัณฑ์ อย่าเสียสัตย์ พร้อม พ.ต.อ.พรทวี สมวงศ์ ผกก.สน.โชคชัย และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้ารับศพ น.ส.พัชรี แซ่ลี้ อายุ 65 ปี ชาว จ.เลย ซึ่งเสียชีวิตคาวีลแชร์ ภายในซอยลาดพร้าว 85 แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดลาดพร้าว

ชีวิตรันทด! สามีเข็นภรรยาพิการ หาเงินประทังชีวิต ก่อนภรรยาเป็นลมดับคาวีลแชร์

นายโสภัณฑ์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียในครั้งนี้ แต่ไม่ติดใจการเสียชีวิต เพราะเชื่อว่าภรรยาคงหมดอายุขัยแล้ว ส่วนตนกับภรรยานั้นอยู่กินกันมาได้เพียง 1 ปีเศษ รู้จักกันที่วัดสวนแก้ว เนื่องจากภรรยาทำงานเป็นคนสวนภายในวัด แต่โชคร้ายระหว่างที่ภรรยากำลังทำงานอยู่ถูกตะขาบกัด 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ถูกตะขาบกัดทำให้ภรรยากลายเป็นอัมพาตด้านซ้ายครึ่งตัว โดยที่ไม่ยอมไป รพ. ต่อมาอีก 3 วัน ถูกตะขาบกัดซ้ำอีก 1 ครั้ง จึงได้นำตัวส่ง รพ.ภูมิพลฯ รักษาตัวถึง 15 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น จึงต้องนำตัวกลับมารักษาตัวเองที่ห้องพักในวัดสวนแก้ว หลังจากนั้นได้ขอทางวัดออกมาใช้ชีวิตส่วนตัวภายนอก เนื่องจากภรรยาไม่สามารถทำงานสวนได้ แต่ตนก็ไม่คิดจะทอดทิ้งแม้ว่าภรรยาจะพิการ โดยพากันมาอาศัยอยู่ที่เพิงพักย่านคลองหลอด ก่อนจะออกมาเร่ร่อนหางานทำโดยเข็นรถวีลแชร์นำภรรยาตระเวนเก็บขยะหรือผักบุ้งขายหารายได้ประทังชีวิต กระทั่งมาเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทั้งนี้ขอบคุณหลายฝ่ายที่ประสานงานช่วยเหลือ หลังจากนี้จะมีงานทำ มีอนาคตใหม่ ยืนยันว่าร่างกายยังแข็งแรง และพร้อมที่จะทำงานเลี้ยงชีพ 

ด้าน เจ้าหน้าที่ พม. เขตดินแดง เข้าสอบถามรายละเอียดพร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งจากการพิจารณาแล้วพบว่า นายโสภัณฑ์ เข้าเกณฑ์ในการช่วยเหลือ และสามารถที่จะประกอบอาชีพได้ จึงได้วางแนวทางในการช่วยโดยจะประสานกับบริษัทรักษาความปลอดภัยให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็น รปภ. เนื่องจากมีค่าจ้าง และเบี้ยเลี้ยงพร้อมที่พัก ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตของนายโสภัณฑ์ ไม่ต้องเร่รอนอีก 

ขณะที่ พ.ต.อ.พรทวี กล่าวว่า จากการสอบถามญาติของ น.ส.พัชรี พบไม่ติดใจถึงสาเหตุการตาย เบื้องต้นทราบว่ามาจากระบบหายใจและไหลเวียนเลือดล้มเหลว จากนี้ทางคณะกรรม กต.ตร.สน.โชคชัย จะช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายงานฌาปนกิจทั้งหมด