ทำเอาพระเอกหนุ่มหล่อเข้ม เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ ถึงกับพูดเลยว่า ครั้งนี้เสียหายเกินคาด สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ “ห้างทองหวังเงินไทย เจ๊กุ้ง” ร้านทองของครอบครัว

โดยในงานแถลงข่าวภาพยนตร์ “ซ้ำวัน กับ Someone” เกรท ได้อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมและปัญหาหลังจากน้ำลดที่ทางครอบครัวต้องจัดการหลังจากนี้ โดย เกรท เผยว่า

“ช่วงที่ผ่านมาก็เป็นครั้งที่หนักมากเหมือนกัน แต่ต้องบอกว่าที่บ้านน้ำท่วมแทบจะเป็นอีเวนต์ประจำปี แต่ไม่ได้เยอะ ไม่ได้สูงมาก แต่ถือว่ารอบนี้หนักพอสมควรเลย เพราะน้ำสูงถึงขั้นเข้าบ้าน ซึ่งขนาดนี้น่าจะเคยเจอเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้มาเร็วและมาแรง แต่ถ้าพูดตรงๆ คือเคยมีปีที่หนักกว่านี้ แต่ปีนั้นเราตั้งรับทัน ความเสียหายก็เลยน้อย แต่ปีนี้ตั้งรับไม่ทัน เพราะมันหนัก อาจจะหนักไม่เท่าปีนั้น แต่ตั้งรับไม่ทัน ก็เลยมีความเสียหายเยอะพอสมควรครับ”


ก็มีแจ้งเตือนครับ แต่ตอนนั้นเราอยู่กรุงเทพฯ กัน แม่ก็กลับไปถึงช่วงบ่ายๆ แต่พอไปถึง ก็คือน้ำเข้าบ้านแล้วประมาณเข่า ไม่ได้สูงมาก แต่เราไม่สามารถจะยกสิ่งของได้ทัน อย่างพวกกระเป๋า พวกเสื้อผ้าที่ไว้เป็นของแถมให้ลูกค้าก็เสียหายหมดเลย แต่ก็ยังมีหลายบ้านที่มีผลกระทบมากกว่าเรา แสดงว่ามันมาเร็วและไม่ทันจริงๆ อย่างบ้านที่ขายอาหารสัตว์ ขายปุ๋ยอะไรแบบนี้ก็ไม่ทัน ที่เห็นก็เสียหายหลายที่เหมือนกัน รอบนี้ค่อนข้างมาเร็วและตั้งตัวไม่ทัน”


เกรท เผยต่อว่า “จริงๆ ก็มีประกาศเตือนแหละครับ ก็ทันส่วนหนึ่ง ไม่ทันส่วนหนึ่ง มันก็เสียหายอยู่ดี แต่เมื่อคืนก็คุยกันอยู่ เพราะเขาประกาศว่าจะมีมาอีก แต่ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง แต่อุ่นใจได้อย่างหนึ่งคือตอนนี้บ้านเรากำลังเคลียร์สิ่งเก่าอยู่ ก็แสดงว่าเราน่าจะตั้งรับทัน เพราะบางอย่างเรายกไว้แล้ว แต่สิ่งที่น่าจะเหนื่อยต่อไปก็คือมันไม่สามารถที่จะป้องกันได้ ก็เตรียมตัวทำความสะอาดใหม่อีกรอบหนึ่ง ถ้าเกิดว่ามันหนักเท่าเดิม ก็สงสารแม่กับน้องกับพ่อที่อยู่ที่บ้าน”

“คนที่จะมาซื้อขายทองก็ต้องเลื่อนไปก่อนครับ เพราะร้านผมตรงนั้นมันเป็นสี่แยก นักข่าวก็จะผ่านและทำข่าวเยอะ อย่างที่เห็นว่าของผมเป็นแบบนั้นแล้ว แต่มีที่อื่นที่หนักกว่าตรงนั้นเยอะมากเหมือนกัน เราเห็นตรงนั้นมาตั้งแต่เด็ก เรารู้ว่าอาจจะเป็นโซนพื้นที่ที่ต่ำกว่า ถ้าเกิดตรงผมท่วมขนาดนี้ ตรงที่ต่ำกว่านั้นจะท่วมขนาดไหน อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเห็นอกเห็นใจมากๆ และลูกค้าที่ร้านส่วนใหญ่ก็คนในอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงทั้งนั้น”

เกรท เผยอีกว่า “มูลค่าความเสียหายผมไม่สามารถตีเป็นมูลค่าเป๊ะๆ ได้ แต่ก็เหนือความคาดหมายเหมือนกัน ก็สงสารแม่เหมือนกัน ถึงกับปาดเหงื่อครับ แต่ทองไม่เป็นไรนะครับ (หัวเราะ) จริงๆ ส่วนใหญ่คนเป็นห่วงทอง ก็ไม่ได้รับความเสียหายอะไร แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่ามีเปื้อน แต่การเปื้อนนี้ใครๆ ก็ทำความสะอาดได้ อันนี้พูดให้สบายใจเลย ไม่ใช่แค่ทองร้านผมนะ ถ้าสมมุติทองของคุณ ถ้าเป็นทองจริงๆ ต่อให้ไปตกน้ำโคลน เอาน้ำยาทำความสะอาดมาถูๆ ก็ออกหมดครับ ของผมเองก็มีบางส่วนที่โดนเลอะ แต่ก็ทำความสะอาดเรียบร้อย”

“แม่ไม่ท้อ หรืออาจจะท้อแต่ไม่ยอมพูด แต่ให้กำลังใจกันตลอด แล้วเราอยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้กลับไปช่วย เพราะต้องทำงาน ก็ส่งความเป็นห่วงตลอด เพราะเรานั่งนึกว่าไม่อยู่ในสภาพนั้น และเขาเห็นว่าเขาจะต้องทำอะไรบ้าง ขนาดเราเห็นตรงนี้ เรายังรู้สึกเหนื่อยแทน แล้วน้องกับพ่อจะต้องเหนื่อยแค่ไหนตอนทำความสะอาด เพราะตอนน้ำมันลงมันไม่ใช่น้ำใสๆ มา แต่มันมีโคลนด้วย การทำความสะอาดก็ค่อนข้างเหนื่อย ส่วนตัวก็สงสารแม่ ก็อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เจ๊กุ้งด้วย (ยิ้ม)”

“สำหรับเรื่องลูกค้าติดต่อขาย อันนี้น้องดูแลอยู่ครับ ก็คิดว่ามีครับ และมีที่ทางเราแจ้งไปด้วย ซึ่งฟีดแบ็กกลับมาก็ค่อนข้างโอเคเลย ทุกคนก็เข้าอกเข้าใจกัน เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่คิดจะย้ายร้านครับ คงอยู่ตรงนั้น ทำเลดีครับ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือกลัวเขาเครียดครับ ก็เลยบอกแม่ว่าก็ต้องค่อยๆ ทำกันไป แต่แม่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และแม่ก็รู้ว่าต้องค่อยๆ จัดการไป”


เกรท เล่าต่อว่า “จริงๆ ก่อนหน้านี้หน้าบ้านผมเคยปรับถนนขั้นมาแล้วด้วย ที่บอกว่าเคยท่วมหนักๆ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นถนนยังไม่ได้ปรับ แต่ตอนนี้มันหนักขึ้นทุกปี และทุกอย่างปรับแล้ว แต่ก็ยังท่วมเท่าตอนนั้น ก็เลยรู้สึกว่าถ้ามันยังอยู่ในเกณฑ์ปกติที่น้ำมาแล้วมันก็ผ่านไป มันก็จะอยู่แค่ถนน ซึ่งมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนมาก แต่การเดินทางอาจจะลำบากหน่อย ผมแค่มองว่าการเตือนก็เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้วด้วย บางทีภัยพิบัติหลายๆ อย่างมันไม่สามารถควบคุมได้ แต่การเตือนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

“ถ้าให้พูดถึงต้นตอเลยก็คือเป็นเรื่องของธรรมชาติแหละ พวกเราก็คงต้องดูแลรักษาธรรมชาติ อันนี้เบสิกที่สุด ในเรื่องหน่วยงานต่างๆ การเตือนก็ทำได้ดีอยู่แล้ว แต่อาจจะขออนุญาตพูดแทนที่ต่างๆ ที่อาจจะหนักกว่าที่บ้านผม ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง ก็จะขออนุญาตพูดแทนตรงนั้น เพราะตอนนี้โซเชียลมันค่อนข้างเข้าถึงกันง่ายแล้ว ก็แค่อยากให้หน่วยงานมีมากเพียงพอ หรือได้เห็นว่ามีจุดไหนที่ยังลำบากอยู่ ก็อยากให้เขาเข้าไปช่วยเหลือในจุดๆ นั้น ก็ฝากแค่นี้ครับ ตอนนี้ยังไม่มีแพลนกลับบ้านเลยครับ ถ้ามันผ่านช่วงน้ำท่วมไปได้และมรสุมเริ่มหมด คุณแม่ก็น่าจะเข้ากรุงเทพฯ ทองก็เรียกว่าเอาไว้ในที่ปลอดภัย”

ขอบคุณภาพจาก : wangngoenthai