เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับสภาหอการค้าไทย ว่า วันนี้เรารับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ หาทางแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ แรงงาน ตัวสินค้า ภาษี และโลจิสติกส์ต่างๆ เราพยายามทำลายข้อจำกัดที่มีอยู่ เพื่อไม่ปิดกั้นโอกาส ซึ่งในรายละเอียด ว่าที่ รมว.คลัง และว่าที่ รมว.พาณิชย์ จะนำสิ่งเหล่านี้ไปหาทางทำให้คล่องตัวขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ และหลังจากนี้ตนจะเดินสายพูดคุยกับภาคเศรษฐกิจต่อไป อาทิ สมาคมธนาคารไทย ซึ่งได้แจ้งกับ นายผยง ศรีวณิช ประธารสมาคมธนาคารไทยไปแล้ว โดยจะพูดคุยถึงสภาพคล่องทางการเงิน ค่าเงินบาท และดอกเบี้ย
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า 4 เดือนหลังการแถลงนโยบาย จะเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ซึ่งตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เราเตรียมตัวร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาไว้แล้วเกือบเสร็จแล้ว มีปรับแก้นิดหน่อย อย่างวันนี้มาพบสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีบางจุดที่เราคิดว่าอาจจะไปปรับแก้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ได้หารือกัน ขณะนี้เหลือเพียงกระบวนการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น แล้วดำเนินการเข้าบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มตัว
เมื่อถามว่าในร่างนโยบายมีประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจกี่เปอร์เซ็นต์ นายอนุทิน กล่าวว่า ร่างนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภามีทุกมิติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราต้องพยายามอย่างเต็มที่ ทุกท่านคงเห็นว่าตนใจกว้าง ไม่คิดว่าหากผลักดันนโยบายที่ไม่ได้คิดเองออกไปอาจจะเป็นนโยบายของพรรคการเมืองอื่น แต่สำหรับตนคิดอย่างเดียวว่าถ้าเกิดประโยชน์กับประเทศ ประชาชน ทำหมด เพราะเวลามีอยู่เท่านี้ มัวแต่ไปคิดว่าถ้ากลัวใครดีใครเด่นไม่ได้ แต่ถือว่าวินๆ ทั้งคู่ ไม่ใช่คนหนึ่งชนะคนหนึ่งยอมแพ้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็นำสู่ความขัดแย้ง ถ้าเราคิดว่าทุกอย่างถ้าประชาชนได้ ตนบอกได้อย่างเดียวว่าตนเอาหมด มีรูมีหนู.



