เมื่อวันที่ 19 ก.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชร เกษสุภะ อดีตหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. เปิดเผยว่า เมื่อ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภา มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติแล้ว 2 ฉบับ คือ ของนายซูการ์โน มะทา สส.พรรคประชาชาติ และของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.พรรคประชาชน โดยล่าสุดเข้าสู่วาระที่ 2 พร้อมตั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นประธาน กมธ.วิสามัญฯ และจะประชุมต่อ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เพื่อเร่งพิจารณาแต่ละมาตราให้เสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ ร่างของนายซูการ์โน กำหนดให้ผู้บุกรุกป่าไม่เกิน 25 ไร่ ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2497 ถึงปัจจุบัน ได้รับการยกเว้นคดีอาญา แพ่ง และปกครอง พร้อมผ่อนผันให้อยู่อาศัยและทำกินได้ แม้พื้นที่ดังกล่าวกลับคืนเป็นป่าสมบูรณ์แล้วก็ตาม ขณะที่ร่างของนายเลาฟั้ง เปิดกว้างยิ่งกว่า คือ นิรโทษกรรมให้ผู้บุกรุกทุกประเภทไม่จำกัดเนื้อที่ และให้สิทธิออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิในที่ดินของรัฐได้

พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชร ระบุว่า หากกฎหมายนี้ผ่านจริง จะเป็นการบุกรุกป่าครั้งใหญ่ของประเทศ โดยอ้างกฎหมายเป็นเกราะกำบัง ทั้งที่คดีบุกรุกป่าเก่าๆ ส่วนใหญ่หมดอายุความไปแล้ว ขณะเดียวกัน ประชาชนที่ทำกินในเขตป่าก็ได้รับการผ่อนผันอยู่แล้วตามมติ ครม. ปี 2541 และปี 2561 จึงไม่มีความจำเป็นต้องนิรโทษกรรมเพิ่มเติม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเจตนาแอบแฝงเพื่อเอาพื้นที่ป่าสมบูรณ์ที่ถูกตรวจยึดไปใช้ประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง