เมื่อวันที่ 19 ก.ย. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ภารกิจงานคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ซึ่งได้นำสำนวนคดีพิเศษที่ 55/2566 กรณี แอปพลิเคชัน “กู้ให้ดี ๆ” ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เสนอความเห็นควรสั่งฟ้อง น.ส.กานติมา (สงวนนามสกุล) กับพวก รวม 7 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล่อยเงินกู้โดยมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา” และมีความเห็นควรสั่งฟ้อง น.ส.ธนิสรา (สงวนนามสกุล) และนายอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นบัญชีม้า ในความผิดฐาน “สนับสนุนให้บุคคลประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และสนับสนุนให้บุคคลอื่นปล่อยเงินกู้โดยมีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา” ซึ่ง น.ส.ธนิสรา ขณะกระทำความผิดเป็นเยาวชน จึงได้แยกสำนวนการสอบสวนเสนอพนักงานอัยการศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนนทบุรีแล้ว

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกู้ยืมเงินจากแอปพลิเคชัน “กู้ให้ดี ๆ” ซึ่งปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละ 2,000 ต่อปี เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม ทำการสืบสวนสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 55/2566 และสอบสวนจนทราบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีที่ทำการอยู่ที่โรงสีวงษ์ชัยเจริญธัญญกิจ หรือ บริษัท วงษ์ชัย เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท จึงได้เข้าทำการตรวจค้น พบพยานหลักฐานและติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.67 พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ สมัยดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผอ.กองกิจการอำนวยความยุติธรรม และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการภูธรจังหวัดชัยนาท เข้าทำการตรวจค้นตามหมายค้นของศาลจังหวัดชัยนาท เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน 2 จุด ประกอบด้วย 1.บ้านพักของนายชาญยุทธ (สงวนนามสกุล) กับ น.ส.กานติมา (สงวนนามสกุล) ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ชัยนาท และ 2. โรงสีวงษ์ชัยเจริญธัญญกิจ อ.เมือง จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของบุคคลทั้งสอง และเคยปรากฏชื่อของ น.ส.กานติมา เป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น ผลการตรวจค้น สามารถพบและยึดสิ่งของเป็นพยานหลักฐานจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย ซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งที่ใช้แล้วและยังไม่ได้เปิดใช้ 150 ชิ้น, โทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง, กล่องโทรศัพท์ 70 กล่อง, สมุดบัญชีเงินฝาก 120 เล่ม, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก 10 เครื่อง, เอกสารและไฟล์ดิจิทัลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมและข้อมูลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นอกจากนี้ แอปพลิเคชันเงินกู้ดังกล่าวมีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้โดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทางออนไลน์ และมีแอปพลิเคชันปล่อยเงินกู้อื่นเกี่ยวข้องอีกกว่า 80 แอปพลิเคชั่น มีการปล่อยกู้และเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2,339.65 บาทต่อปี และกำหนดให้ชำระหนี้ภายใน 7 วันเท่านั้น หากไม่ชำระเงินภายในกำหนด จะมีกลุ่มบุคคลโทรศัพท์ติดตามทวงหนี้ ข่มขู่ คุกคามลูกหนี้และบุคคลที่ปรากฏรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ของผู้กู้ ก่อให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งแอปพลิเคชันดังกล่าวเคยพบว่ามียอดการดาวน์โหลดมากกว่า 1,000,000 ครั้ง จนปรากฏข้อมูลน่าเชื่อว่า นายชาญยุทธ และ น.ส.กานติมา เป็นเจ้าของแอปพลิเคชัน และได้ใช้บัญชีเครือญาติและบัญชีม้าในการทำธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนหลักพันล้านบาท.