ดร.ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการนาโนเทค กล่าวว่าสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค-สวทช.) จับมือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย ลงนามความร่วมมือ ยกระดับคุณภาพน้ำด้วย วทน. มุ่งเป้าพื้นที่ลุ่มน้ำกก ชู “เชียงราย” พื้นที่ต้นแบบ ยกนวัตกรรมระบบกำจัดความขุ่นและสารหนูสำหรับระบบผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ให้สามารถกำจัดสารหนู ยกระดับคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเพื่อเข้าสู่มาตรฐานน้ำประปาของกรมอนามัย นำร่องบ้านริมกก ต.แม่ยาว และบ้านเมืองงิม ต.ริมกก กว่า 900 ครัวเรือน ให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาดปลอดภัยสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญที่จะร่วมกันนำนวัตกรรมเพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านหรือระบบประปาที่ดูแลโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดที่ได้มาตรฐานสำหรับชุมชน สร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการตรวจวัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ รวมทั้งองค์กรผู้ใช้น้ำในการจัดการน้ำอุปโภคและบริโภคผ่านนวัตกรรมตรวจวัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำโดยอาศัยองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาของนาโนเทค สวทช. ร่วมกันแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภคสำหรับชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จากสภาพปัญหาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมด้านน้ำโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำกกที่เป็นโจทย์และปัญหาสำคัญ
ดร.ณัฏฐพร พิมพะ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการเร่งปฏิกิริยา การดูดซับ และการคำนวณระดับนาโน (NCAS) นาโนเทค และหัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า โครงการนี้ เป็นการบูรณาการงานวิจัยและพัฒนาด้านการบริหารจัดการน้ำของนาโนเทค เพื่อแก้ปัญหาแหล่งนํ้าดิบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความขุ่น สารหนู และโลหะหนักต่างๆ ด้วยโจทย์หลักคือ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนภายในโครงการ เริ่มตั้งแต่การกําจัดความขุ่นเพื่อประเมินปริมาณสารสร้างตะกอนที่เหมาะสม ผ่านนวัตกรรมทั้งกระบอกวัดความขุ่นแบบแผ่นสังเกตเคลื่อนที่, อุปกรณ์ช่วยตกตะกอนชนิดกวนด้วยแม่เหล็กแบบสองความเร็ว สําหรับประเมินปริมาณสารสร้างตะกอนภาคสนาม (Mobile Jar Test), เว็บไซต์ที่จะช่วยคํานวณปริมาณสารตกตะกอนสําหรับระบบผลิตนํ้าประปาหมู่บ้าน รวมถึงเซนเซอร์ตรวจวัดภาคสนาม (M Sense) นอกจากนี้ ยังศึกษาถึงวัสดุกรองจากวัตถุดิบในท้องถิ่นที่หาได้ง่าย ต้นทุนถูก และประสิทธิภาพดี
นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา สทนช. ได้ให้ความสำคัญและพยายามในการบริหารจัดการปัญหาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก ทั้งปัญหาในมิติมหภาคจากความร่วมมือและเขตแดนระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำกก คุณภาพชีวิตประชาชน และมิติจุลภาคที่จะให้ประชาชนได้รับน้ำสะอาด วันนี้ พันธมิตรทุกภาคส่วน จะร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สู่การพัฒนาการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านให้สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตคนลุ่มน้ำกกอย่างยั่งยืน และคาดหวังว่า ในระยะต่อไป ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมนั้น จะนำแนวทางพัฒนาระบบประปาหมู่บ้านไปเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตน้ำประปาในพื้นที่ ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และชุมชน
นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย มีพี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำกก มากกว่า 100,000 ครัวเรือน แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา เป็นต้นมา แม่น้ำกกและแม่น้ำหลายสายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ ทำให้ตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนักเกินมาตรฐานในแม่น้ำกก ซึ่งถือเป็นวิกฤตทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อขับเคลื่อนให้จังหวัดเชียงรายเป็น “เมืองสุขภาพดี วิถีน่ายล ประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน” และ Chiang Rai Wellness City ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำ รวมถึงระบบประปาหมู่บ้านที่ได้มาตรฐาน เหมาะกับการอุปโภค บริโภค โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำกก ที่มีการพบโลหะหนัก (สารหนู) เกินมาตรฐาน ส่งผลกระทบทั้งระยะสั้น และระยะยาว เช่น ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ เรามุ่งมั่นที่จะร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดการปัญหาอย่างจริงจัง โดยการบูรณาการองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากรและทรัพยากรที่มีเพื่อเชียงรายของเรา



