สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) วาระพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ว่าฝรั่งเศสรับรองสถานะรัฐให้กับปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน มาครงกล่าวว่า เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก มอลตา อันดอร์รา และซานมารีโน จะรับรองสถานะรัฐของปาเลสไตน์เช่นกัน หลังสหราชอาณาจักร โปรตุเกส แคนาดา และออสเตรเลีย ประกาศรับรองไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
I declare that today, France recognizes the State of Palestine. pic.twitter.com/8kg6xukuO0
— Emmanuel Macron (@EmmanuelMacron) September 22, 2025
ผู้นำฝรั่งเศสย้ำว่า “ถึงเวลาแล้ว” ที่สงครามในฉนวนกาซาต้องยุติ และตัวประกันที่ยังเหลือทั้งหมดต้องได้รับอิสรภาพอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งยังยืนยันว่า รัฐบาลปารีสพร้อมมี “ภารกิจการทูตที่มีเสถียรภาพ” บนดินแดนของปาเลสไตน์ เมื่อกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันแล้วเท่านั้น และเรียกร้องการมีรัฐบาลเปลี่ยนผ่านในฉนวนกาซา ที่รัฐบาลปาเลสไตน์ชุดปัจจุบันต้องมีส่วนร่วม เพื่อการทำลายและปลดอาวุธกลุ่มฮามาส
ด้านนายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งบอยคอตการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า การประชุมวาระพิเศษของยูเอ็นเป็นเพียง “ละครลวงโลก” และเน้นว่า ประเด็นสองรัฐ “เป็นเรื่องที่ตายไปนานแล้ว” นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลก่อน และเป็นชนวนของสงครามในวันที่ 7 ต.ค. 2566
ส่วนแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงการประกาศรับรองสถานะของรัฐปาเลสไตน์โดยหลายประเทศในยุโรปในตอนนี้ “เป็นเพียงการแสดงท่าทีเชิงสัญลักษณ์”
แหล่งข่าวรายนี้กล่าวด้วยว่า “สหรัฐให้ความสำคัญกับการปฏิบัติอย่างจริงจังในทางการทูต ไม่ใช่เพียงท่าทีเชิงสัญลักษณ์ เป้าหมายของรัฐบาลวอชิงตันมีความชัดเจน กล่าวคือ การที่กลุ่มฮามาสปล่อยตัวตัวประกัน ความมั่นคงของอิสราเอล และสันติภาพกับความมั่งคั่งของทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นไปได้เมื่อปราศจากกลุ่มฮามาสเท่านั้น”.
เครดิตภาพ : AFP



