จากกรณีที่ สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ถูกสหพันธ์เปตองนานาชาติ สั่งลงโทษห้ามส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน เนื่องจากปัญหาคุณสมบัติของนายกสมาคมฯ ทำให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แต่งตั้ง “คณะกรรมการกลาง” ขึ้นมา เพื่อจัดการแข่งขันและส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในเดือน ธ.ค.นี้
ต่อมา สหพันธ์เปตองนานาชาติ (FIPJP) ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ สั่งห้ามประเทศไทยจัดการแข่งขันกีฬาเปตองในซีเกมส์ 2025 ปลายปีนี้ โดยเนื้อหาระบุว่า กกท. ยังคงสนับสนุนสมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ชุดที่ถูกสหพันธ์ลงโทษแบน และแม้แต่งตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาแล้วก็ยังไม่ยอมรับ พร้อมทั้งยืนยันว่าหากชาติใดส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันก็จะถูกลงโทษแบน 2 ปี นั้น

ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า หลังจากเห็นหนังสือดังกล่าว พบว่ามีข้อมูลหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนไป หลังจากนี้ กกท. จะทำหนังสือชี้แจงไปยังคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้เข้าใจตรงกันอีกครั้ง ที่ผ่านมา กกท. ยอมรับในอำนาจของคณะกรรมการกลาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเตรียมการจัดซีเกมส์ รวมไปถึงการพิจารณาคัดเลือกนักกีฬาเพื่อส่งเข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ติดขัดอะไร เพียงแต่ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากนักกีฬาถึงเรื่องการพิจารณาคัดเลือก ทำให้มีปัญหาต่อเนื่องมา หลังจากนี้ กกท. จะส่งข้อมูลทั้งหมดให้คณะกรรมการกลางเป็นผู้พิจารณาทั้งหมดเอง ว่าจะส่งรายชื่อแบบใดเข้าร่วมการแข่งขัน
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวอีกว่า เนื้อหาในเอกสารจากสหพันธ์เปตอง มีหลายอย่างที่เข้าใจผิด สมาคมกีฬาเปตองแห่งประเทศไทยฯ ชุดที่ถูกสหพันธ์ลงโทษแบน ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเตรียมนักกีฬา หรือส่งนักกีฬาร่วมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อีกทั้ง กกท. ไม่ได้ให้การสนับสนุนสมาคมเปตองแห่งประเทศไทยฯ ชุดที่ถูกลงโทษ ซึ่งหลังจากส่งหนังสือชี้แจงไปแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ที่จะต้องเป็นผู้ชี้แจงให้กับสหพันธ์เข้าใจต่อไป
ดร.ก้องศักด กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องจากเบิกจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงให้กับนักกีฬา ซึ่งเดิมตามระเบียบ กกท. ไม่สามารถจะจ่ายตรงให้นักกีฬาได้ แต่หลังจากนี้จะดำเนินการแก้ไขระเบียบเพื่อให้สามารถจ่ายเงินตรงให้นักกีฬาได้เลย
“ส่วนตัวยังหวังจะได้เห็นกีฬาเปตองได้จัดการแข่งขันในซีเกมส์ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปลายปีนี้ และพร้อมจะทำทุกทางเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวนักกีฬา และต่อประเทศชาติ” ผู้ว่าการ กกท. กล่าว.



