เดินหน้าทำงานเพื่อประเทศอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสำหรับนางงาม พิธีกร และนักแสดงสาวสวย บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ที่ก่อนหน้านี้เธอมาดำรงตำแหน่งเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประเทศไทยในกรณีความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ในตำแหน่งของ ศบ.ทก. โฆษกจิตอาสา แต่งานนี้แว่วว่าเธอไม่ได้ทำต่อแล้ว โดยสาวบุ๋มเปิดใจในงาน “Y Entertain Awards 2025 presented by JisuLife” โดยเล่าว่า

บุ๋ม เผยว่า “เรื่องสำหรับตำแหน่ง ศบ.ทก. โฆษกจิตอาสา ตอนนี้หมดหน้าที่แล้วนะคะ เพราะว่า ศบ.ทก. (ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา) มีตามรัฐบาลที่แล้ว ตอนนี้รัฐบาลใหม่แล้ว เลยเห็นเราเปิดฉากอย่างที่เห็น เพราะที่ผ่านมาไม่กล้า ถือว่าเราเป็นภาพประเทศไทยเนาะ เราต้องเรียบร้อยหน่อย พ้นตำแหน่งปุ๊บเราก็จัดเลย เขารักประเทศเขา เรารักประเทศเราเหมือนกัน ประเด็นชายแดน ต้องเข้าใจก่อนว่าทางฝั่งกัมพูชา เขาเป็นม็อบจัดตั้ง อย่าไปหลงกลเขาเด็ดขาด ม็อบจัดตั้งคืออะไร ด้วยกฎหมายของกัมพูชา เขาไม่สามารถชุมนุมได้เกินห้าคน ดังนั้นถ้าเห็นเกินห้าคนคือม็อบจัดตั้งจากกัมพูชา ภาพที่เขาต้องการคือ ภาพเจ้าหน้าที่ทหารของไทย ไปทำร้ายประชาชนของเขา เพื่อเอาไปยื่นศาลโลก เลยต้องเปลี่ยนสถานการณ์เป็นผู้ควบคุมฝูงชน ให้ดูซอฟต์ลง ที่ผ่านมาเราไม่หลงกลเขมรเด็ดขาด ที่หลายคนงงว่าจากอีสานใต้ เปลี่ยนมาสระแก้วคือเราเพิ่งไปจัดกิจกรรม คืนรอยยิ้มให้ประชาชนที่สุรินทร์ ทีนี้ตอนไปประชุม GBC บังเอิญไปนั่งกินข้าวกับแม่ทัพภาคหนึ่ง ท่านเลยบอกว่ามาจัดให้ผมบ้าง ก็เลยไปจัดที่สระแก้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เลยเป็นที่มาของการไปจัดครั้งที่สอง พอจัดครั้งที่สองเสียงร่ำลือมาก คนมาเป็นพัน สนุกมากเลย อาหารเพียงพอ จังหวัดอื่นเรียกร้องอีก เดี๋ยวจะตามไปจัดให้นะคะ ตอนนี้ควบคุมสถานการณ์นิดนึง เพราะเริ่มมีการยิงจากฝั่งโน้น เพื่อทดสอบระบบ ขอใช้คำนี้ก่อน”

“ถามว่าเสียดายไหมที่พอเปลี่ยนรัฐบาลแล้วเราไม่ได้ทำงานต่อ คือไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนบุ๋มได้ ต่อให้วันนี้ไม่มีตำแหน่ง บุ๋มก็ยังลงพื้นที่ของบุ๋มเหมือนเดิม ดังนั้นการทำงานของบุ๋มไม่ได้เปลี่ยนเลย ด้วยตำแหน่งที่เป็นจุดสนใจ ทำให้กัมพูชาเกลียดดิฉันขึ้นเท่านั้นเอง แต่ด้วยไม่มีตำแหน่งก็พูดได้ตรงมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น รุนแรงกลับไปมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องห่วงภาพเท่าไหร่ บุ๋มยังอยู่พื้นที่ชายแดนทุกวันเหมือนเดิม ตอนนี้ลงกับชายแดนไป 22 ล้าน เพราะว่าทำบังเกอร์หนักมาก ที่ไหนขอเราจัดให้หมด แล้วมีถนนที่ทำเพื่อไปย้ายพื้นที่ชายแดน ถนนแต่ละเส้นใช้เงินเยอะ บังเกอร์แต่ละจุด ฐานใหม่หมดเลย เราทำแบบแข็งแรง เลยหมดเยอะอย่างที่เห็น เงินที่ได้มาคือเงินประชาชน มันต้องถึงประชาชน ยืมเงินมามากเท่าไหร่ บุ๋มก็ใส่หนักมากเท่านั้น มันเป็นที่มา อาจจะมีผลในเรื่องของของขวัญและกำลังใจ ต้องเข้าใจก่อนว่าในการเป็นผู้นำของแต่ละคน ไม่เหมือนกัน เชื่อว่าทหารไทยมีแนวทางแล้วแหละ ล่าสุดมีคุยกันแล้วว่าเขาก็ไม่ยอม ถ้าจะรบก็คือรบ บุ๋มรอดูการปฏิบัติงานของเขาก่อน เราอาจจะรู้สึกว่า เอาแบบนี้เลยเหรอ ก็ได้ เชื่อว่ามันต้องจบในรุ่นนี้”

บุ๋ม เล่าต่อว่า “สถานการณ์การยั่วยุจากฝั่งโน้น เขายั่วยุเราไม่หยุดเลย เขาเขียนข่าวเฟคนิวส์ไม่หยุด เขาพยายามติดต่อต่างประเทศให้เป็นตัวกลาง อยากฝากท่านนายกฯ อย่ารับสายประเทศที่สาม กลัวจะเหมือนคราวที่แล้ว ถ้าเปิดศึกไม่ต้องฟังสายที่สาม เราจัดได้เต็มเลย ขอแค่นี้ จุดที่เป็นห่วงคือจันทบุรี และตราด นั่นคือจุดเศรษฐกิจ และกัมพูชาอยากได้ที่สุด ตรงนั้นน่ากลัวสุด ลูกและสามีเห็นหน้าไหม (ยิ้ม) เห็นค่ะ เพียงแต่ไม่ได้ถ่ายรูปให้ประชาชนดู เพราะหน้าดิฉันสดเกินไป เราไม่อยากเอาเวลาส่วนตัวลูกมานั่งเซลฟี่ลง เราไม่อยากจับมือถือเลย อยู่บ้านแล้วก็จะอยู่กับลูก ด้วยเวลาที่จำกัดมาก บุ๋มใส่สุดวิญญาณแล้ว ดังนั้นคือขอกอดลูกให้ชื่นใจดีกว่า ที่หลายคนบอกว่าตอนเราเป็นโฆษก มาลีไม่มาเลย แต่พอเราไม่อยู่เขากลับมา คุณต้องตั้งฉันใหม่ไหม (หัวเราะ) ถ้าทางภาครัฐติดต่อมาให้ทำงาน ก็ยินดีค่ะ เพราะเราอยู่ตรงพื้นที่นั้นอยู่แล้ว เรารู้เรื่องอยู่แล้วว่าชายแดนเป็นยังไง เราเป็นสื่อกลางตรงนี้ได้ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง เราก็ใส่เต็มให้ประชาชนอยู่แล้วค่ะ ไม่รู้ว่ามาลีจะกลัวอะไรดิฉันนักหนา ประชุมคราวหน้าอย่าพลาดนะต้องไปด้วย พร้อมดีเบต”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม boompanadda