เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 24 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมครม.นัดแรก ว่า ด้านนิติบัญญัติรัฐบาลจะจัดให้มีการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชาณาจักรไทย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปครั้งหน้า ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีหน้า พ.ศ.2569 ในฐานะนายกฯผมจะยุบสภาผู้แทนราษฎรภายใน 4 เดือนนับตั้งแต่วันที่แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ผมจะยุบสภาภายในสิ้นเดือนม.ค. 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนเพื่อให้พวกเขาได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งภายในเดือนมี.ค. 2569 หรืออย่างช้าต้นเดือนเม.ย. 2569 สุดแล้วแต่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะเป็นผู้กำหนดต่อ

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันเดียวกันนี้ครม. เห็นชอบและให้ตนลงนามในหนังสือกราบเรียนประธานสภา เพื่อแผลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราได้ขอความกรุณาท่านไปว่าขอให้ดำเนินการในช่วงระหว่างวันที่ 28- 30 ก.ย.นี้ เราขอท่านให้ดำเนินการโดยรัฐบาลชุดอื่นๆใช้เวลาแถลงนโยบายมีการฟังคำอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 2 วัน อย่างไรก็ตาม ครม.ได้กำหนดรูปแบบแนวทางการประชุมครม. และกรอบเวลาในการนำเสนอโครงการต่างๆพร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาในที่ประชุมโดยได้แจ้งให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องปรับระยะเวลาการทำงานให้มีความรวดเร็ว กระชับลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและลดความซ้ำซ้อนให้ได้มากที่สุด จะต้องถูกต้องตามระเบียบของราชการและถูกต้องตามกฏหมายทุกประการ เนื่องจากรัฐบาลมีข้อจำกัดด้านเวลาทุกหน่วย จึงต้องปรับตัวให้เป็นไปตามกรอบเวลาการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการประสิทธิภาพสูงสุดและแก้ปัญหาให้ประชาชนได้เร็วและมากที่สุด ดังนั้นครม.ของตนทุกท่านทุกคนต้องพร้อมทำงานตลอดเวลาวันหยุดไม่มี สัปดาห์ละ 7 วัน ทำได้โดยที่ไม่มีความละล้าละลังใดๆ ซึ่งจะเป็นการทำงานในมิติใหม่ของครม.ของประเทศไทย ครม.ของพี่น้องประชาชนและการประชุมครม.ก็จะดำเนินขึ้นตามความจำเป็นไม่จำเป็นต้องประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้งจากข้อจำกัดด้านเวลา ถ้าเรามีความจำเป็นต้องเร่งผลักดันนโยบายต่างๆเพื่อนำไปสู่ประชาชนแล้วอาจจะมีการประชุมครม. มากกว่าสัปดาห์ละ 1 วันในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะปัญหาของประเทศเรารอไม่ได้

“การประชุมครม. นัดพิเศษในวันนี้พวกเราทุกคน ได้รับพรอันประเสริฐจากฟากฟ้าและมีความปลื้มปิติรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาที่คุณที่ได้รับพระราชทานกำลังพระทัยจากองค์พระประมุข พวกเราทุกคนพร้อมและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งเต็มใจทุ่มเทที่จะรับราชการบริหารราชการแผ่นดินสนองพระเดชพระคุณ สนองพระมหากรุณาที่คุณและตอบสนองประชาชนชาวไทยทุกคนนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป” นายกฯ กล่าว.



