เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พ.ต.อ.ไกรทอง ชัยสิงห์ ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤษฎา นิติพจน์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.ท.สมพงษ์ สามสี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันจับกุมนายธนายุทธ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”
พ.ต.อ.ไกรทอง กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเกือบ 10 ราย ที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารและคาเฟ่ว่ามีคนร้ายก่อเหตุเข้ามาขโมยทรัพย์สิน ในท้องที่ สภ.เมืองมหาสารคาม และ สภ.เขวาใหญ่ ซึ่งจากการตจรวจสอบกล้องวงจรปิด คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลเดียวกัน จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามเส้นทางที่คิดว่าคนร้ายจะหลบหนี กระทั่งทราบว่า คนร้ายคือ นายธนายุทธ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจับกุมได้ที่หน้าบ้านเช่าหลังหนึ่ง ในชุมชนโพธิ์ศรี ซึ่งอยู่ห่างจากแฟลตตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม เพียง 100 เมตร
จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ อาทิ ไขควง กรรไกร มีดพับอเนกประสงค์ เสื้อผ้า และรถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งใช้ก่อเหตุ และยังพบทรัพย์สินของผู้เสียหาย ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เครื่องเก็บเงิน ลำโพง กล้องถ่ายรูป พร้อมกระเป๋ากล้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสอน นายธนายุทธ ผู้ต้องหา ทราบว่า ทำงานเป็นนักการภารโรง โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม สาเหตุที่ตระเวนก่อเหตุ เนื่องจากติดการพนันอย่างหนัก ต้องหาเงินไปปั่นสล็อต พอเล่นเสียก็จะตระเวนออกก่อเหตุ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆ ล่าสุดผู้ต้องหาได้เข้าไปก่อเหตุในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ได้ทรัพย์สินเป็น โน้ตบุ๊ก เงินสดอีก 6,000 บาท และสุราต่างประเทศ 2 ขวด ก่อนจะนำทรัพย์สินไปขาย เงินที่ได้ก็จะนำไปเล่นการพนัน และซื้อยาบ้ามาเสพ
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกดำเนินคดีในข้อลักทรัพย์ เมื่อปี 66 ด้วย



