เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ สน.มักกะสัน พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน และผู้เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดคดีและหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุ
พล.ต.ต.วรศักดิ์ เผยว่า ขณะนี้ได้ตั้งข้อกล่าวหาพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ (พนักงานโบกธง) ในความผิดฐาน “กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส” ส่วนคนขับรถประจําทางแจ้งในความผิดฐาน “กระทําโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับบาดเจ็บและมีทรัพย์สินเสียหาย”
จากการสอบปากคําพบว่าพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟให้การไม่ตรงกันในบางประการ จึงต้องหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป โดยคนโบกธงยืนยันว่ามีการโบกธงให้สัญญาณแล้ว แต่คนขับรถไฟให้การว่าคนโบกธงไม่ได้ให้สัญญาณ เบื้องต้นทีมสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยตั้งประเด็นไว้ว่าการผ่านแต่ละจุดตัด เจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องกั้นรถไฟมีการโบกธงถูกต้องและครบทุกขั้นตอนการปฏิบัติหรือไม่ อาทิ การให้อาณัติสัญญาณ, การให้สัญญาณธง และการติดต่อผ่านวิทยุสื่อสาร ตลอดจนความเร็วขณะผ่านแยกหรือจุดตัดว่าใช้ความเร็วคงที่หรือไม่ และก่อนหน้าที่จะมาถึงจุดเกิดเหตุมีการลดความเร็วหรือไม่
คุมตัว “คนขับรถไฟ-คนโบกธง” ฝากขังเซ่น 8 ศพแยกอโศก ประมาททำผู้อื่นถึงแก่ความตาย!
เบื้องต้นได้ทําการเรียกช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคําแล้วโดยจะเน้นไปเรื่องของหน้าที่ในการปฏิบัติ พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังทางการรถไฟ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ที่รู้เกี่ยวกับเรื่องการเดินรถทั้งหมดว่า ขั้นตอนของการผ่านจุดตัดแต่ละคนมีหน้าที่อย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางคณะทำงานได้ส่งหนังสือไปที่ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอเข้าไปจำลองเหตุการณ์ เพื่อดูมุมมองการขับรถไฟว่ามองเห็นสัญญาณไฟชัดเจนมากน้อยเพียงใด โดยคาดว่าอย่างเร็วสุดคือภายในวันพรุ่งนี้ ก่อนจะเรียกผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล และขอเอกสารจากกล่องดำ
พร้อมทั้งเรียกนิติกรของการรถไฟ มาสอบถามว่า ใช้ระเบียบ หรือมาตรฐานอะไรในการออกระเบียบการเดินรถ และการอนุญาตให้บุคคลขับรถไฟ เนื่องจากพนักงานขับรถไฟไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีการออกใบอนุญาต และเพิ่งจะมีบังคับใช้เมื่อปี 2569 ตํารวจจึงต้องสอบสวนจนสิ้นข้อสงสัยว่า ก่อนหน้านี้ที่ไม่มีใบอนุญาต ใช้มาตรฐานอะไรในการควบคุมพนักงานขับรถไฟ
ในส่วนของพนักงานขับรถไฟที่มีกระแสข่าวว่ามีสารเสพติดในร่างกายนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์ ยืนยันว่า เป็นความจริง โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเสพมาก่อนขับประมาณ 10 วัน ซึ่งทางตํารวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องว่ากันตามพยานหลักฐาน จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปบังคับใช้กฎหมายบริเวณพื้นที่ห้ามหยุดรถใกล้ทางรถไฟเพื่อความปลอดภัย ซึ่งไม่อยากให้มองว่าเป็น “วัวหายล้อมคอก” ส่วนที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะทางกายภาพบริเวณจุดเกิดเหตุส่งผลให้รถระบายไม่ดีนั้น เป็นเรื่องที่ต้องรับฟังปัญหาทั้งหมดและนํามาบูรณาการร่วมกับทาง กทม. เพื่อพิจารณาว่าถูกต้องตามหลักวิศวกรรมจราจรหรือไม่.



