2.เรื่องเศรษฐกิจ คิดว่านโยบายเรือธงอย่างแลนด์บริดจ์คงทำไม่ทัน ในช่วงเวลาแค่ 4 เดือน อาจต้องชี้แจงผลได้ผลเสียของโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ความคุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อมีคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การพัฒนาการเมือง ของ สว.ออกมาท้วงติงในประเด็นสำคัญ คือ “การทำนโยบายนี้ผลไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้า” รายงาน สว.อ้างว่า ผู้ประกอบการขนส่งทางเรือขนาดใหญ่ไม่คิดว่า การขึ้นท่าที่ จ.ระนอง ต่อรถไฟไป จ.ชุมพร จะลดค่าใช้จ่ายหรือคุ้มค่ามากกว่าการไปผ่านแหลมมะละกา
เงื่อนไขเวลา 4 เดือน ทำให้การทำโครงการระยะยาวคงไม่เหมาะสมนัก แต่ถ้าจะยืนยันสโลแกน“พูดแล้วทำ” ต้องทำโครงการ “คนละครึ่ง” ให้สำเร็จ ในระยะเวลา 1 เดือนหลังจากวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเร็ว
ขณะที่ความมีเสถียรภาพ และความเป็น “ผู้นำ”ของพรรคน้ำเงิน ส่งผลต่อการดึง สส.กลุ่มต่างๆ เข้าพรรคเพิ่มขึ้น ถ้ามี สส.หลักร้อยขึ้นไป จะยิ่งมีอำนาจต่อรอง อย่างน้อยในฐานะพรรคที่ 3 ตัวแปรสำคัญที่ไปร่วมกับใครก็จัดตั้งรัฐบาลได้ทันที
ในช่วง 4 เดือนนี้ จะเห็นความชัดเจนมากขึ้นว่า กลุ่มการเมืองไหนจะมาเข้าพรรคภูมิใจไทยบ้าง กลุ่มที่ปรากฏเป็นข่าว คือกลุ่ม 16 จากรวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะหวั่นเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกันส่วน สส.กลุ่มนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการรทสช. ต้องคิดหนักเพราะหากจะมาก็ อาจพา “กลุ่มบ้านใหญ่สุราษฎร์ธานี”มาด้วย ตาม “กลุ่มชุมพร” ที่มาก่อนแล้ว
ยังมีกลุ่มที่น่าจะย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์อีก ซึ่งพรรคกำลังแตก จากข่าวว่ามีปัญหากันภายใน “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ที่ดูแล สส.สงขลา ก็มีแนวโน้มจะไปอยู่พรรคกล้าธรรม ขณะที่ “โกหนอ” สมชาย โล่สถาพรพิพิธ บ้านใหญ่ จ.ตรัง ให้สัมภาษณ์สื่อแบบชัดเจน ว่า “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรค บอกว่าจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทยหลังจัดเลือกหัวหน้าประชาธิปัตย์เสร็จวันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่ง “เสี่ยต่อ” มีสส.ในมือ 18 คน ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะตามไปบ้าง
ขณะที่ “โกหนอ” บ้านใหญ่ตรัง ใจนักเลงพอจะพูดตรง “มีตาล (สาทิตย์ วงศ์หนองเตย) ก็ไม่มีหนอ” เพราะผู้ใหญ่พรรคปล่อยให้เขาและนายสาทิตย์มีปัญหากันมานาน ไม่มีใครไกล่เกลี่ย ถ้ายังมี ไสาทิตย์” “สมชาย”ก็จะไปภูมิใจไทย .. และยังบอกด้วยว่า “สส.ตรัง 4 คนตอนนี้แม้จะคนละพรรค ( ทวี สุระบาล พรรคพลังประชารัฐ, ถนอมพงศ์ หลีกภัย พรรครทสช.) แต่ก็เป็นพวกกัน” จะมองเป็นการส่งสัญญาณ “รวมกันไปภูมิใจไทย” หรือไม่ อีกไม่นานคงรู้
ในวันที่ “เสี่ยหนู” เปิดตัวผู้สนับสนุนเก้าอี้ “นายกฯ” ก็มีท่าที สส.หลายคนจะย้ายมาซบ แม้กระทั่งของพรรคเพื่อไทยก็มี พรรคภูมิใจไทยดูจะมีภาษีดี ในความเป็นพรรคที่อยู่มานานเกือบ 20 ปี ไม่ใช่ “พรรคเฉพาะกิจ” จึงมีความมั่นคงในการเลือกตั้งครั้งหน้า มีแคนดิเดตนายกฯ ที่“มีประสบการณ์- มากบารมีทางการเมือง” ในขณะที่บางพรรคนั้นยังหาตัวคนมาดำรงตำแหน่ง “นายกฯ” ยาก
ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นแต้มต่อของพรรคภูมิใจไทยในวันที่หลายพรรคดู “ไปต่อ”ยาก
4 เดือนในการบริหารงาน แม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่ก็มีเวลาเร่งทำผลงานก่อนถึงวันยุบสภา จึงเป็นสิ่งท้าทายว่าถ้า“นายกฯหนู” ทำผลงานดี ก็ใช้ต่อยอดอำนาจได้ และมีแนวโน้มถือ “ตั๋วผู้นำ” ระยะยาว.



