นายณัฐกร อุเทนสุต ประธานกรรมการบริหารกิจการ องค์การสุรา  เปิดเผยในงานวันคล้ายวันสถาปนาองค์การสุรา กรมสรรพสามิต 62 ปี ว่าในช่วงปีงบประมาณ 68 แม้องค์การสุรา เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน อาทิ ราคา กากน้ำตาลที่ผันผวน การหลั่งไหลของแอลกอฮอล์นำเข้า อีกทั้ง แนวโน้มการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศที่ลดลง

อย่างไรก็ตาม องค์การสุราฯ ยังสามารถดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “ผู้นำอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์เพื่อคุณภาพ ชีวิตของประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สร้างคุณค่าให้กับสังคม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” และยังได้ดำเนินภารกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ดำเนินการทางพาณิชย์เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความมั่นคง ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างพันธมิตร พัฒนาความร่วมมือและส่งเสริมอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ทั้งในและต่างประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความยั่งยืนของการพาณิชย์และอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความ เข้มแข็งบุคลากรและมุ่งสู่องค์กรสมรรถนะสูง และยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างคุณค่าให้สังคมและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ ส่งผลให้การดำเนินงานในปี 68 องค์การสุรามีกำไรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 294% และคาดว่ากำไรก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย จะสูงเกิน 100%

นายสุริยา วงทะนี รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสุรา เปิดเผยว่า แม้องค์การสุราฯ ครบรอบการก่อตั้ง 62 ปีแล้ว แต่ไม่ลดละความพยายามที่จะพัฒนาตัวเอง คิดใหม่ ทำ ใหม่หลายสิ่ง ปรับกระบวนการบริหารจัดการภายในองค์กรครั้งใหญ่ ไม่ใช่เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน เท่านั้น แต่ต้องรับผิดชอบภารกิจในฐานะรัฐวิสาหกิจที่ต้องผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์คุณภาพสูงเพื่อคุณภาพชีวิต ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยล่าสุดองค์การสุราฯ ได้รับรางวัลสำคัญประจำปี 2568 ประกอบด้วย

1. รางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2568 ประเภท “สถานประกอบการดีเด่นด้านอาหาร” ในฐานะ รัฐวิสาหกิจที่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตแอลกอฮอล์ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการแพทย์ เภสัชกรรม วิทยาศาสตร์ และภาคอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ

2. รางวัลสถานประกอบกิจการที่เข้าร่วมกิจกรรมแคมเปญการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยใน สถานประกอบกิจการ (Safety Culture Together in The Workplace Campaign)

3. โล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้ สนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการก๊าซเรือนกระจก ภาคอุตสาหกรรม พร้อมมุ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่สังคม Low Carbon และ Carbon Neutrality ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)