วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (27 ก.ค.) เห็นชอบการปรับปรุงเกณฑ์และขยายเวลาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 69 ใหม่ โดยให้ เลื่อนกำหนดการยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิ กรณีผู้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากวันที่ 31 ก.ค. 69 เป็นวันที่ 31 ส.ค. 69 และกระทรวงการคลัง ได้ขอให้มีการ ขยายเวลาใช้สิทธิบัตรสวัสดิการฯ ไปจนถึง 30 ก.ย. 69 ซึ่งจะทำให้คนที่ได้รับสิทธิเดิมสามารถใช้สิทธิเดิมได้ถึง 30 ก.ย. 69 และถ้าผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ชุดใหม่ เริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน 1 ต.ค. 69
นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยถ้า รถยนต์อายุเกิน 20 ปี จะไม่นำมาคิด และถ้าเป็นรถคลาสสิกจะไม่เข้าเกณฑ์ ส่วน รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 300 ซีซี อายุรถเกิน 15 ปี จะไม่นำมาคิด และถ้าเป็นรถคลาสสิกจะไม่เข้าข่ายเช่นกัน โดยกรมการขนส่งทางบก จะเป็นผู้คัดกรองให้ ไม่ต้องมายื่นอุทธรณ์ แต่กรณีซากรถ รถพังและยังไม่ได้ยกเลิกการใช้รถหรือทะเบียน จะต้องมายื่นอุทธรณ์ ผ่านกรมการขนส่งทางบก หรือ วันสต็อปเซอร์วิส ของกรมการปกครองที่อำเภอทั่วประเทศ และในทุกช่องทาง
“ตามนโยบายนายกฯ งบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพที่สุด แต่การทบทวนบัตรคนจน เป็นความพยายามของรัฐบาล ทุกครั้งที่ทบทวน คนที่ไม่ได้เกิดความไม่พอใจ แค่คนอีกกว่า 2 ล้านคนไม่เคยได้สิทธิ แต่จะได้สิทธิครั้งนี้ เมื่อเราบริหารจัดการอย่างตรงไปตรงมา จำนวนเท่าไรไม่ใช่ประเด็น รัฐบาลจะดำเนินการให้เพียงพอกับคนที่ได้รับสิทธิ”
ส่วนว่าจะคนที่ไม่ผ่านสิทธิ 9.3 ล้านคนจะผ่านในรอบอุทธรณ์กี่คน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ ถ้ารู้ก่อนแปลว่าล็อก”
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ย้ำ ครม.มติเกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดย ไทม์ไลน์ กำหนดการใหม่ ดังนี้
- ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (สิทธิเดิมปี 65) ใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
- ผู้มีสิทธิใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เริ่มใช้สิทธิใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
- กดปุ่มทบทวนสิทธิ ยื่นอุทธรณ์ ได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (จากเดิม 31 กรกฎาคม 2569)
- ขยายเวลายื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (จากเดิม 16 สิงหาคม 2569)
- ประกาศผลอุทธรณ์พร้อมกันวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และรับสิทธิทันที
สำหรับ 9.3 ล้านคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ไม่ผ่านแน่ 2.คิดว่าผ่าน แต่ข้อมูลไม่อัปเดต ให้มาทบทวนสิทธิ และ 3.มีการใช้นอมินี เอาชื่อประชาชนไปสวมสิทธิจดทะเบียนบริษัท กรรมการถือหุ้นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด มีบัญชีหลักทรัพย์ หรือเกณฑ์นักศึกษา ซึ่งต้องมาคัดกรองอีกครั้ง
“เมื่อก่อนนี้การมีบัญชีหลักทรัพย์ น่าจะมีวิถีการดำรงชีวิตสูงกว่าคนปกติอยู่แล้ว แต่วันนี้การมีบัญชีหลักทรัพย์ บางประเภทบัญชีหลักทรัพย์ที่ไม่เคลื่อนไหว มีบัญชีแต่ไม่เคยใช้ เพราะอาจมีบางช่วงที่บางบริษัทจัดโปรโมชัน เปิดบัญชีเพื่อแลกของขวัญ ซึ่งอาจค้างอยู่ ถ้าเป็นกลุ่มนี้จะคืนบัตรให้ ส่วนการศึกษานอกโรงเรียน ถ้าเรียนอยู่จริงๆ จะเอาออกให้ แต่ถ้าไม่ได้เรียนจริง ต้องตีเป็นนอมินี” นายลวรณ กล่าว
นายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ขอทบทวนสิทธิได้ผ่านวันสต็อปเซอร์วิสได้ที่อำเภอทั้ง 76 จังหวัด และตรวจสอบสิทธิผ่าน 4 ช่องทาง แอปเป๋าตัง แอปทางรัฐ เว็บไซต์กรมการปกครอง และธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ กรมการปกครอง แจ้งให้นายอำเภอจัดตั้งศูนย์ประสานงาน เพื่อรองรับประชาชนเข้าใช้บริการ โดยกลุ่มผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 9.3 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ที่ยื่นทบทวนสิทธิแล้วกว่า 3.8 ล้านคน และยังไม่ยื่นกว่า 5.4 ล้านคน ขณะที่กรมการปกครองได้ประสานหน่วยงานทั้งกรมสรรพากร กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแบบวันสต็อปเซอร์วิส
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า รถที่ไม่ได้ใช้ รถที่สูญหาย ต้องอยู่ที่ประชาชนมาแจ้ง ส่วนกรณีนักศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการจะประมวลผลนำส่ง ถ้าไม่มั่นใจว่ามีชื่อตัวเองหรือไม่ ก็ให้กดทบทวนเข้ามา ขณะที่กรณีของกรมสรรพากร เปิดข้อมูลให้ดูว่ารับเงินมาจริงหรือไม่ เช่น คนที่เคยรับงานได้เงินนิดเดียว แต่ทำไมมีรายได้เข้ามามาก ขอให้รายงานข้อมูลตามจริง ไม่ทราบก็คือไม่ทราบเรื่อง



