สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ต้อนรับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ที่ทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งนับเป็นการเยือนกรุงวอชิงตันของผู้นำตุรกี เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยแรก และมีการจับตุรกีออกจากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 จากการที่รัฐบาลอังการาซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธเอส-400 ของรัสเซีย
ทรัมป์กล่าวหลังการพบกับผู้นำตุรกี ว่าการพบกับอีกฝ่าย “เป็นไปด้วยดี” โดยมีการหารือกันและได้ข้อสรุป “ในสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องการ”
แม้ยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม ณ เวลานี้ แต่ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรที่รัฐบาลวอชิงตันเคยใช้กับตุรกี “สามารถยกเลิกได้แทบจะทันที” ซึ่งหนทางดีที่สุดในตอนนี้ คือการที่รัฐบาลอังการายุตินำเข้าพลังงานจากรัสเซีย
.@POTUS: "The best thing he could do is not buy oil and gas from Russia. If he did that, that would be probably the best thing. He knows Putin like I know Putin." pic.twitter.com/N4NagzBowU
— Rapid Response 47 (@RapidResponse47) September 25, 2025
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ปกติแล้วเขาไม่ชอบ “คนที่มีความคิดเห็นแรง” แต่กรณีนี้ยกเว้นให้สำหรับผู้นำตุรกี แต่ยอมรับว่าอีกฝ่าย “เป็นคนที่ต่อรองด้วยยาก” และกล่าวเป็นนัยว่า ผู้นำตุรกีเป็นหนึ่งในบุคคล “ที่มีอิทธิพล” เหนือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของทำเนียบขาวไม่ได้มีการระบุอย่างเป็นทางการ ว่าผู้นำทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 โดยระบุเพียงว่า มีการหารือกันเกี่ยวกับประเด็นสถานการณ์ในซีเรีย และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ปัจจุบัน ตุรกีเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 4 ของรัสเซีย โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศอยู่ที่ 52,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.67 ล้านล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



