เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข ได้พบปะผู้บริหาร และข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ในโอกาสเข้ากระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ เป็นวันแรก

นายพัฒนา กล่าวว่า ตนขอปวารณาตัวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังใหญ่นี้ ที่อบอุ่นมาก การรับตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรก ได้อยู่ท่ามกลางผู้มีความรู้ความสามารถ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกที่เป็นเกียรติ และขอร่วมต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ร่วมหัวจมท้ายกับผู้บริหารทุกคน และร่วมพัฒนาระบบสาธารณสุข ทลายกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัด ซึ่งนโยบายหรือทิศทาง สธ. ที่จะดำเนินการ คือ 1.การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคต่างๆ ให้ประชาชนดูแลตัวเองได้ เมื่อประชาชนมีความรู้ก็จะลดการมาพบแพทย์ ภาระงานจะลดลง 2.นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ทั้งการพัฒนาระบบสุขภาพที่รวดเร็ว แม่นยำและเชื่อมโยง ระบบบริหารงานสุขภาพอัจฉริยะ ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ ตั้งแต่ระดับนโยบาย งบประมาณ ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบดูแลสุขภาพเชิงรุกที่เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว เข้าถึงได้แบบเบ็ดเสร็จ รวมทั้งใช้ AI และ IoT ช่วยแบ่งเบาภาระงานบุคลากร เป็นระบบสาธารณสุขที่ “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี”

3.ให้ระบบสาธารณสุขไทย เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้ง Medical & Wellness Hub การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์แม่นยำ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ระดับสูง และ 4.ดูแลบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ช่วยขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ โดยการเพิ่มกำลังคนและทีมสนับสนุน ทั้งผู้ช่วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่หน้างาน, ปรับระบบค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม ตามภาระงานจริง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกล และปรับโครงสร้างการทำงาน กฎหมาย ข้อปฏิบัติต่างๆ ให้เหมาะกับภาระงานและเป็นปัจจุบัน ใช้เทคโนโลยีลดภาระงาน ให้บุคลากรมีเวลากับผู้รับบริการมากขึ้น

“บุคลากรต้องมีความเป็นอยู่ที่ดี มีกำลังใจทำงาน รวมถึงค่าตอบแทนความรู้ เพื่อจะได้ส่งมอบต่อให้กับชุมชนในการดูแล ส่วนภาระงานนั้น จะผลิตบุคลากรมาสนับสนุนเพื่อให้ดูแลบริหารโรคต่างๆ ได้อย่างประสิทธิภาพ” นายพัฒนา กล่าว

ด้าน นายวรโชติ กล่าวว่า หลายคนคงสงสัยว่าตนมาจากไหน จริงๆ คือ ตนมาจากท้องถิ่น รับรู้ปัญหาด้านสาธารณสุขจากแพทย์ ประชาชน เพื่อมาถ่ายทอดต่อผู้บริหารในการดูแลแก้ไขปัญหา ตนพร้อมให้ความร่วมมือ ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่า คณะรัฐมนตรีนี้จะต้องทำงานไม่มีวันหยุด ซึ่งตนพร้อมจะทำงานร่วมกัน

นายวรโชติ กล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางการทำงานของตนจะเน้น 1.อสม. เป็นกำลังหลักของประเทศ จากนี้ไป อสม. จะไม่ใช่ อสม. ธรรมดาอีกต่อไป แต่เราจะพัฒนาให้ อสม. เป็นผู้ช่วยแพทย์ ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลประชาชนมากขึ้นอีกระดับ ปัญหาประชาชนที่ผ่าน อสม. จะได้รับการแก้ไขรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญต้องมีกฎหมายคุ้มครอง พร้อมดูแลสวัสดิการค่าตอบแทนต่างๆ 2.การปราบปรามสิ่งเถื่อนในกระทรวงฯ ในระบบสาธารณสุข คือ พวกหมอเถื่อน คลินิกเสริมความงามเถื่อน ยาเถื่อน จะปราบปรามอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องที่ตรงกับความต้องการของทุกคนในกระทรวงอยู่แล้ว  

และ 3.เรื่องแรงงานต่างชาติ เป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้มีการซื้อประกันสุขภาพและมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อติดตามตรวจสอบได้ รวมถึงแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวนอกระบบ เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพคนไทย และความมั่นคงของระบบสาธารณสุข ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาเป็นภาระของประเทศต้องสูญเสียงบประมาณถึง 5.3 พันล้านบาท ต่อไปนี้ทุกคนที่เข้ามา ต้องเข้าสู่ระบบถูกต้อง.