วันนี้ “เดลินิวส์”นำบทความจากเพจสุขภาพจากโรงพยาบาลพญาไท กล่าวถึง “อาการปวดหัวที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้ว อาจไม่ปกติก็ได้ ลองมาเช็กดูให้ดีว่า อาการปวดหัวที่เป็นอยู่บ่อยๆ กำลังบอกอะไรคุณ ? ไม่แน่ว่า ความใส่ใจเพียงน้อยนิดอาจทำให้ค้นพบโรคร้ายที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามี!

1.ปวดหัวไมเกรน มีลักษณะอาการปวดตุบๆ ปวดแค่ข้างใดข้างหนึ่ง และยิ่งปวดมากขึ้นเมื่อเจอแสงจ้า เสียงดัง หรือลุกเดิน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้จะเกิดนาน 4-72 ชั่วโมง และดีขึ้นเมื่อพักผ่อนอยู่นิ่งๆ ในห้องที่มืดและเย็น
2.ปวดหัวจากความเครียด มีลักษณะอาการ ปวดตื้อๆ ปวดแบบบีบๆ รัดๆ ปวดเป็นวงกว้างบนศีรษะหรือปวดเบ้าตาร่วมด้วย โดยอาจร้าวลงมาที่ท้ายทอยและมักเกิดช่วงบ่ายหรือเย็น นั่นแสดงว่าถึงเวลาต้องพักผ่อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่กำลังตึงตัวจากความเครียด
3.ปวดหัว..เพราะโรคหลอดเลือดสมอง มีลักษณะอาการปวดหัวเพิ่มระดับความรุนแรงแบบเฉียบพลันทันทีทันใด ประกอบกับมีอาการปากเบี้ยว พูดไม่ได้ เดินเซ แขนขาอ่อนแรง มองไม่เห็น..และซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะอาจหมดสติและเสียชีวิตได้
4.ปวดหัว..เพราะเนื้องอกในสมอง มีลักษณะอาการปวดหัวบ่อยๆ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คลื่นไส้อาเจียน พูดจาติดขัด เริ่มมีปัญหาเรื่องการมองเห็นหรือการเดิน รวมไปถึงการมีอาการชักทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่อาจเป็นสัญญาณบอกถึง “เนื้องอกในสมอง”
5.ปวดหัวคลัสเตอร์ ปวดหัวข้างเดียว อาการการปวดหัวคลัสเตอร์นี้ จะเป็นการปวดแบบข้างเดียว แต่มีระดับความรุนแรงกว่าการปวดไมเกรน! อาจมีอาการปวดเบ้าตา ตาแดง น้ำตาไหล รวมไปถึงการมีเหงื่อออกบริเวณศีรษะข้างที่ปวดร่วมด้วย ซึ่งอาการจะเกิดขึ้นไม่นาน ราวๆ 5 นาที ถึง 3 ชั่วโมง

หากเช็กอาการปวดหัวเบื้องต้นแล้วไม่มั่นใจว่าจะใช่สัญญาณของโรคร้ายหรือไม่? ควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ไม่เพียงแค่เพื่อความสบายใจ แต่ยังเป็นการเรียกคืนคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณให้กลับมา…ก่อนจะสายเกินไป!!



