เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (26 ก.ย.) มีชาวบ้านกว่า 30 คน ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้มาร่วมตัวกันบริเวณทางลงชายหาดสาธารณะบ้านใต้ เพื่อเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบ กรณีที่มีเอกชนนำรถแบ๊กโฮมาขุดซากเรือเหล็กโบราณ ที่ฝังอยู่ในหาดทรายริมชายหาดบ้านใต้ มาเป็นระยะเวลานาน เชื่อว่ามีอายุเกือบ 200 ปี ได้ถูกเอกชนขุดออกจากบริเวณชายหาด โดยที่ไม่ได้แจ้งชุมชน ชาวบ้าน และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ให้รู้
ต่อมาชุดปฏิบัติการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่สำนักเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมาชิกสภาเทศบาลนครเกาะสมุย คณะกรรมการชุมชน ได้เข้าตรวจสอบซากเรือเหล็กโบราณมีรูปแบบทรงกรวย ขนาดฐานเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร เหล็กมีความหนาประมาณ 2 เซนติเมตร สภาพผุกร่อนจากน้ำทะเลกัดเซาะ และถูกฝังอยู่ในทรายริมชายหาดมาเป็นระยะเวลานาน ได้ถูกนำมาตั้งไว้บนแนวหินกันคลื่นใกล้กับจุดที่ขุด นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนซากเหล็กกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่
ชาวบ้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมาซากเหล็กนี้ได้เป็นจุดแลนด์มาร์คของชุมชน จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวเข้ามาดูซากเหล็กดังกล่าว และถ่ายรูปกับซากเหล็กไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อสงสัยกันเป็นจำนวนมากว่า จะเป็นซากเรือรบเก่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือเป็นเสาเรือ หรือปล่องของหม้อต้มไอน้ำเรือ เป็นต้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า ซากเหล็กโบราณนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องเป็นความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน เพราะซากเหล็กโบราณนี้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอนุญาต จึงไม่ได้อยู่ในความดูแลของเจ้าท่า ถ้าเป็นการขุดลอก ขุดในทะเล การเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ หรือสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ จะอยู่ในความควบคุมดูแลของกรมเจ้าท่า อย่างไรก็ตาม ถ้าพบการกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้านนางสุชา สามทอง ชาวบ้านชุมชนบ้านใต้ กล่าวว่า ก่อนที่จะเข้ามาขุด ก็ต้องถามชาวบ้าน หรือปรึกษาหน่วยงานเจ้าท่า ว่าจะต้องทำอย่างไรกับเหล็กนี้ ไม่ใช่อยู่ ๆ ถือวิสาสะมาขุด เพราะแท่งเหล็กนี้ไม่ได้อยู่ในที่ดินของเขา มันอยู่ในทะเล
ทางด้านนายณะรบ ทวยเจริญ กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาขุดน่าจะไม่รู้หลักการ และทำโดยพลการไป โดยที่ไม่มีการแจ้งชาวบ้าน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับรู้ แท่งเหล็กนี้อยู่คู่กับชายหาดบ้านใต้มาหลายช่วงอายุคน เราเกิดมาก็ถามปู่ย่าตายายว่าแท่งเหล็กนี้ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แต่ก็ให้คำตอบไม่ได้ เพราะเกิดมาก็เห็นแท่งเหล็กสภาพเดียวกับที่เราเห็นนี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ชุดปฏิบัติการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย จะได้ส่งเรื่องประสานไปที่กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เพื่อเข้าตรวจสอบพิสูจน์ซากเหล็กดังกล่าว ที่อาจเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5-6 (ประมาณ พ.ศ. 2440-2460) ที่การเดินเรือกลไฟเริ่มแพร่หลาย ใช้ทั้งในราชการและการค้าขาย.



