สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ว่า พล.ท.ซาฟรี ซามโซดิน รมว.กลาโหมอินโดนีเซีย ยืนยันต่อคณะกรรมาธิการกลาโหมของรัฐสภา ว่ามีการลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง ร่วมกับนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐจริง
การลงนามเกิดขึ้นเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา มีสาระสำคัญเป็นการเปิดทางให้เครื่องบินทหารของสหรัฐเข้าถึงน่านฟ้าของอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม พล.ท.ซาฟรี ยืนยันว่า ความร่วมมือนี้ “ไม่มีเงื่อนไขผูกมัดในทางใดทั้งสิ้น” พร้อมทั้งยืนยันว่า เนื้อหาสำคัญรระบุถึงการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดนของแต่ละประเทศ ความจำเป็นในการจัดตั้งกลไกตรวจสอบ หากอินโดนีเซียเห็นชอบให้เข้าถึงน่านฟ้า และการเคารพกฎหมายท้องถิ่น
พล.ท.ซาฟรี กล่าวด้วยว่า เฮกเซธยื่นคำร้องขอสิทธิบินผ่านดังกล่าว ตั้งแต่ปีที่แล้ว ระหว่างการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่มาเลเซีย ในเวลานั้น เฮกเซธได้ยกเหตุผลเรื่อง “สถานการณ์ฉุกเฉิน” ขึ้นมาประกอบการขอเข้าถึงน่านฟ้า แต่ปฏิเสธเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้
Indonesia signed letter but made no commitment to US on airspace access, defence minister says https://t.co/Xa6ubEyM4S
— Reuters Asia (@ReutersAsia) May 19, 2026
อนึ่ง ประเด็นเรื่องการอนุญาตสิทธิบินผ่าน กลายเป็นข้อถกเถียงและเผชิญกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในอินโดนีเซีย มานานระยะหนึ่งแล้ว หลังกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียออกมาเตือนกระทรวงกลาโหมว่า ข้อเสนอที่จะอนุญาตให้เครื่องบินทหารของสหรัฐบินผ่านดินแดนอินโดนีเซียแบบ “ครอบคลุมทั้งหมด” อาจทำให้รัฐบาลจาการ์ตาเสี่ยงต่อการถูกลากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้
นอกจากนี้ พล.ท.ซาฟรี เปิดเผยด้วยว่า ความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนดังกล่าว ครอบคลุมถึงการปรับปรุงกองทัพอินโดนีเซียให้ทันสมัย แต่ “ไม่มีการระบุถึงยุทโธปกรณ์ทางการทหารในรูปแบบใดก็ตาม” โดยสหรัฐจะเข้ามาช่วยในด้านการฝึกอบรมให้แก่ทหารอินโดนีเซียเท่านั้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



