สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า ปฏิญญาฉบับใหม่จะวางแนวทางสำหรับการป้องกัน และควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดีไปจนถึงปี 2573 และในอนาคต ซึ่งคาดว่า จะได้รับการอนุมัติในเดือน ต.ค. นี้ แม้จะมีเสียงต่อต้านจากสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม เคนเนดีกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.ย.) ว่า ปฏิญญาฉบับนี้ เกินขอบเขตหน้าที่ของยูเอ็น โดยย้ำว่า สหรัฐไม่สามารถยอมรับภาษาที่ผลักดันอุดมการณ์ทางเพศที่บ่อนทำลายได้ และไม่สามารถยอมรับข้ออ้าง เกี่ยวกับสิทธิในการทำแท้งตามรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีระบุว่า ปฏิญญาทั้งหมด 15 หน้า ไม่ได้กล่าวถึงสิทธิในการทำแท้ง หรืออุดมการณ์ทางเพศ ขณะที่เคนเนดีย้ำว่า สหรัฐจะเดินแยกตัวออกจากปฏิญญานี้ แต่จะไม่มีวันละทิ้งโลก หรือพันธสัญญาที่จะยุติโรคเรื้อรัง

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง เคนเนดีสั่งจำกัดจำนวนผู้ที่สามารถรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ตัดเงินทุนสนับสนุนการวิจัยของรัฐบาลกลางสำหรับเทคโนโลยีวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ และประกาศงานวิจัยใหม่ที่เชื่อมโยงวัคซีนกับโรคออทิซึม

อนึ่ง เมื่อวันจันทร์ (22 ก.ย.) ทรัมป์กล่าวว่า สตรีมีครรภ์ควรอดทน และหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดไทลินอล โดยอ้างถึงความเชื่อมโยงกับโรคออทิสติก และยังเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกี่ยวกับวัคซีนมาตรฐานของทารก

ด้านดับเบิลยูเอชโอออกมาตอบโต้ประเด็นนี้ว่า “ไม่พบความเชื่อมโยง” ว่ายาไทลินอลและวัคซีน เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคออทิสติกของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา.

เครดิตภาพ : AFP