เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จะปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนจาก อัตรา 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกครั้งเนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้น ได้รับอิทธิพลของพายุบัวลอย

มวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลทำให้แม่น้ำน้อยและคลองสาขาต่างๆ หลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1-5 ซม. ส่งผลกระทบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนติดแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองสาขาต่างๆ ที่อยู่แนวคันกั้นน้ำ ใน 11 อำเภอ 134 ตำบล 758 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวน 38,132 ครัวเรือน มัสยิดถูกน้ำท่วม 2 แห่ง ในอำเภอเสนา ถนนในชุมชนถูกน้ำท่วม 34 สาย สถานที่ราชการถูกน้ำท่วม 8 แห่ง โรงเรียนถูกน้ำท่วม 20 โรงเรียน วัดถูกน้ำท่วม 25 แห่ง อยู่ในอำเภอบางบาล เสนา ผักไห่ พระนครศรีอยุธยา พื้นที่การเกษตร นาข้าวเสียหาย 165 ไร่ ไม้ยืนต้น 175.86 ไร่ พืชผล 47.46 ไร่
ส่วนที่ชุมชนใน ต.ตาลาน อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่รับผลกระทบจากแม่น้ำน้อย ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งน้ำท่วมในชุมชน พบว่ามีผักตบชวาที่มากับน้ำ ไหลมารวมอัดแน่นเต็มลำน้ำ ขวางการสัญจรทางน้ำกับการใช้เรือของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับบริเวณหน้าวัดชีโพน ต.ผักไห่ อ.ผักไห่ มีผักตบชวาขวางอยู่เต็มลำแม่น้ำน้อยเช่นเดียวกัน ซึ่งระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน

นางวาสนา แก้วปักปิ่น อายุ 57 ปี ชาวบ้านริมแม่น้ำ เล่าว่า บ้านถูกน้ำท่วมมานานนับเดือน ช่วงแรกยังพายเรือไปทำบุญหรือหาญาติได้ แต่ล่าสุดผักตบชวาเพิ่มจำนวนมากจนไม่สามารถใช้เรือออกไปไหนได้ ต้องนำไม้ไผ่มากั้นไม่ให้ผักตบลอยเข้าบ้าน ตอนนี้ลำบากมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดผักตบชวาโดยเร็ว ปัญหาผักตบชวานี้ ยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ของชาวบ้านริมแม่น้ำน้อยกันถ้วนหน้า ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่แล้ว จึงฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไข
ส่วนสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ระบายน้ำ ในอัตรา 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 577 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกจากเมื่อวาน 10 ซม. ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.



