สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองฝูโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่าลัดเลาะอุตสาหกรรมชามะลิเมืองฝูโจว ในมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน สัมผัสเสน่ห์ของภูมิปัญญาการแต่งกลิ่นชามะลิแบบดั้งเดิม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( ยูเนสโก ) และกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่น


เมืองฝูโจวได้บูรณะสวนชาประวัติศาสตร์และโรงงานแต่งกลิ่นชาแบบดั้งเดิมด้วยมรดกอุตสาหกรรมชามะลิที่สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานกว่าศตวรรษ ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้านอุตสาหกรรม การเรียนรู้ และวัฒนธรรมเกี่ยวกับชา เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสทั้งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของชามะลิ และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น


ความพิเศษสุดของชามะลิฝูโจวไม่ได้เกิดจากการใส่น้ำหอมสังเคราะห์ หรือการนำกลีบดอกไม้แห้งมาผสมในใบชา แต่เกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า “ยิ่นจื้อ” โดยนิยมใช้ชาเขียวที่เก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีความหวาน นุ่มนวล และดูดซับกลิ่นได้ดีเยี่ยม ใช้ดอกมะลิพันธุ์กลีบซ้อน ที่เก็บในช่วงบ่ายของฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกตูมมีน้ำมันหอมระเหยเข้มข้นที่สุด

CGTN LIVE


นำใบชาและดอกมะลิสดมาวางสลับชั้นกันในตอนกลางคืน เมื่อดอกมะลิเริ่มบานและส่งกลิ่นหอม ใบชาจะดูดซับกลิ่นนั้นไว้ เมื่อจบกระบวนการอบกลิ่นในแต่ละรอบ ดอกมะลิจะถูกร่อนแยกออกจนหมด แล้วนำใบชาไปอบแห้งo


ทั้งนี้ ชามะลิฝูโจวเกรดทั่วไปจะผ่านการอบ 3–4 รอบ ส่วนชามะลิฝูโจวเกรดพรีเมียมอาจผ่านการอบกลิ่นด้วยดอกไม้สดชุดใหม่ ซ้ำกันถึง 7–9 รอบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA