สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ว่าการกลับมาใช้มติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งมีการยกเลิกไปแล้วนั้น “ไม่มีความชอบธรรมและไม่มีกฎหมายรองรับ” และเรียกร้องให้ทุกประเทศ “งดเว้นจากการรับรองมาตรการที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมาย”
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของรัฐบาลเตหะรานยังเน้นย้ำ การปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประเทศด้วยความแน่วแน่ และเตือนแบบไม่เจาะจงฝ่ายใด ว่าการกระทำที่มุ่งร้ายต่อสิทธิและผลประโยชน์ของชาวอิหร่าน จะต้องเผชิญกับมาตรการการตอบโต้ที่เด็ดขาดและเหมาะสม
ด้านนายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เรียกร้องอิหร่านเจรจาร่วมกันโดยตรง และขอความร่วมมือให้สมาชิกยูเอ็นทุกประเทศร่วมกันใช้มาตรการคว่ำบาตร “เพื่อกดดัน” ให้คณะผู้ปกครองของอิหร่าน “หวนกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง”
???????? Iran has condemned as "unjustifiable" the reinstatement of United Nations sanctions over its nuclear programme, after the collapse of talks with Western powers and Israeli and US strikes on its nuclear sites.
— AFP News Agency (@AFP) September 28, 2025
➡️ https://t.co/ROJpfYt2nb pic.twitter.com/5c2DEwl8Dt
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ยืนยันว่า จะยังคงดำเนินการตามแนวทางการทูตต่อไป เพื่อป้องปรามไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง
ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรของยูเอ็นที่มีต่ออิหร่าน กลับมามีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี เมื่อวันอาทิตย์ หลังความพยายามในนาทีสุดท้ายที่นำโดย จีนและรัสเซีย เพื่อขอชะลอการดำเนินการดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน ได้รับเสียงสนับสนุนเพียงสี่เสียง จากที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
อนึ่ง สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี ยื่นหนังสือต่อยูเอ็นเอสซี เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กล่าวหาอิหร่านว่า ไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีของข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับปี 2558 ส่งผลให้เกิดการกำหนดกรอบระยะเวลา 30 วัน ในการหาทางออกทางการทูต เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตร
สำหรับมาตรการคว่ำบาตรที่อิหร่านต้องเผขิญอีกครั้ง จะรวมถึง การห้ามค้าอาวุธ การห้ามเสริมสมรรถนะยูเรเนียม การห้ามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธที่มีศักยภาพในการนำส่งอาวุธนิวเคลียร์ การอายัดทรัพย์สินและคำสั่งห้ามเดินทางสำหรับบุคคลและหน่วยงานของอิหร่าน และนานาประเทศสามารถตรวจสอบสินค้าบรรทุกของสายการบินอิหร่านแอร์ และสายการเดินเรืออิหร่าน.
เครดิตภาพ : AFP



