ถือเป็นวาระสำคัญของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก่อนที่จะเข้าบริหารประเทศได้ จะต้องแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 29 – 30 ก.ย. ซึ่งทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล คงแสดงศักยภาพกันอย่างเต็มที่ เพราะมีผลต่อการสร้างคะแนนนิยมให้กับประชาชน แม้ว่าฝ่ายบริหารจะอยู่เพียง 4 เดือน แต่ก็ต้องผลักดันมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และหวังผลถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า

โดย “น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า เพจเฟซบุ๊กพรรคภท. ได้ลงภาพสรุปเนื้อหานโยบายรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ที่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในระหว่างวันที่ 29 – 30 ก.ย. 68 โดยนำนโยบายด้านต่างๆ มาสรุป ให้กระชับได้ใจความ เป้าหมาย “4 เดือน 4 ภารกิจหลัก” 4 เดือน แก้ 4 ภัย คืนความมั่นใจให้ประเทศ ภัยเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยธรรมชาติ ภัยสังคม

1.นโยบายเศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพ ลดรายจ่ายด้วยโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ส่งเสริมพลังงานทดแทน ลดค่าใช้จ่ายขนส่งและเดินทาง แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ลดต้นทุนและป้องกันสินค้าลักลอบนำเข้า 2.นโยบายความมั่นคง และการต่างประเทศ รัฐบาลจะใช้มาตรการทางการทหารควบคู่กับการทูต เพื่อรักษาอธิปไตยเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เช่น กรณีพิพาท ไทย-กัมพูชา 3.นโยบายแก้ภัยพิบัติและช่วยเหลือประชาชนปรับปรุงระบบเตือนภัย และมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เปิดเผย ตรวจสอบได้ และ 4.นโยบายป้องกันปัญหาสังคมและอาชญากรรม ปราบปรามยาเสพติด การพนันออนไลน์ และเครือข่ายสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ต้องไม่มีกาสิโน

สำหรับนโยบายที่มีกระแสตอบรับ และเรียกร้องให้เร่งนำมาดำเนินการคือ คนละครึ่งพลัสเฟส 1 เริ่ม ต.ค.นี้ โครงการ “คนละครึ่งเฟส 1” จะเริ่มต้นในช่วงต้นเดือน ต.ค. โดยผู้เสียภาษี จะได้รับสิทธิ 2,400 บาท ประชาชนทั่วไป ได้รับ 2,000 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเพิ่มจาก 300 บาท เป็น 2,000 บาท โครงการจะเปิดให้ลงทะเบียนใหม่ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมเฟสก่อนหน้า และคาดว่าจะใช้เวลาโครงการ 2 เดือน วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com (รอเปิดใช้งาน) แอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” (ต้องผูกกับ G-Wallet และเติมเงินก่อนใช้งาน)

ด้านพรรคเพื่อไทย(พท.) ประกาศชัดมา ก่อนหน้านี้จะจัดหนักจัดเต็มที่ ระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาล “นายดนุพร ปุณณกันต์” สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค กล่าวถึงการเตรียมการอภิปรายรัฐบาลในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ในฐานะฝ่ายค้านอิสระ จะต้อนรับรัฐบาลใหม่ อย่างไม่มีการออมมือ ภายใต้แคมเปญ “4 เดือนยุบคดี กับ 4 หายนะ” โดยหายนะที่ 1 การขาดโอกาส คือการทำให้ประเทศหยุดชะงัก หายนะที่ 2 การขาดคนมีฝีมือ เห็นได้ชัดเจนรัฐบาลนี้ คือรัฐบาลนอมินีบุรีรัมย์ ที่มีรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเนกชัน ถูกวางตัวให้ทำภารกิจสำคัญจำนวนมาก หายนะที่ 3 การขาดความโปร่งใส เมื่อการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ของรัฐมนตรีสำคัญๆ ที่มีบทบาทอำนาจหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับ สองคดีใหญ่ คือ คดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. มาจากค่ายบ้านใหญ่สีน้ำเงินแล้ว เมื่อผู้บังคับกฎเกณฑ์มี ‘เจ้านาย’ ที่ไม่ใช่ประชาชน แต่เป็น ‘นายใหญ่บุรีรัมย์’

และหายนะที่ 4 คือ การขาดอนาคตประชาธิปไตย เดิมทีศัตรูคู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย มักแฝงตัวอยู่ในเงามืด และขับเคลื่อนการเมืองอยู่หลังฉาก แต่วันนี้พวกเขาเริ่มปรากฏตัว ให้เห็นอย่างเด่นชัด ผ่านสถาบันทางการเมืองต่างๆมีสัญลักษณ์ร่วมกันคือสีน้ำเงิน พวกเขาได้รับการชุบชีวิต จากตั๋วช้างสีส้ม ปลายทางที่รัฐบาลสีน้ำเงินกำลังเดินไป โดยมีพลพรรคสีส้มเป็นผู้ให้กำเนิดนี้ อาจจะนำไปสู่หายนะที่ไม่มีวันย้อนกลับ เป็น 4 เดือนยุบสภา หรือจะเป็น 4 เดือนยุบคดี เป็น 4 นโยบายรัฐบาลอนุทิน หรือจะเป็น 4 ข้อหายนะ? พรรคพท.พร้อมจัดเต็มโดยไม่ออมมือ ไม่ต้องคอยค้ำยันให้รัฐบาล และเราจะใช้เวลา 6 ชั่วโมงอย่างคุ้มค่า เพื่อชี้ให้เห็นปัญหา ผลกระทบ และหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นจากรัฐบาลชุดนี้

ด้าน “น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย” โฆษกพรรคภท. ให้ความเห็นถึงยุทธศาสตร์การอภิปรายของพรรคพท. ว่า ต้องรอดูจะเป็นวาทกรรม หรือจะเป็นข้อมูลที่ชัดเจน แต่ควรอยู่ในขอบเขตเนื้อหาว่า นายกฯแถลงนโยบายต่อรัฐสภาอย่างไร ส่วนเนื้อหาอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ให้รออีกนิดนึง ที่ฝ่ายค้านบอกว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนกรณีฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องคดีที่ดินเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. รวมถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีมาอภิปราย มั่นใจว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องตอบได้ทุกคำถาม โดยยืนยันจะทำตามเอ็มโอเอยุบสภาฯใน 4เดือน ซึ่งตรงกับช่วงปลายเดือน ม.ค. 69

ดูท่าที “พท.” คงจัดหนักจัดเต็ม ในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล หลังผิดหวังต้องมาตกอยู่ในสภาพพรรคฝ่ายค้าน แต่ถ้าเล่นบทเกินจริง หรือสวมบทฝ่ายค้าน กระแสอาจตีกลับ เพราะที่ผ่านมาช่วงเป็นแกนนำรัฐบาลก็ล้มเหลวในการบริหารประเทศ

ส่วนพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า นับถอยหลัง 120 วันรัฐบาลอนุทินยุบสภา เดินหน้าสู่อนาคตที่ประชาชนกำหนดเองผ่านการเลือกตั้งและประชามติรัฐธรรมนูญ (รธน.) เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมจับตานโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ แม้นโยบายมีเพียง 7 หน้า และมีเวลาบริหารประเทศ 4 เดือน แต่พรรคปชน. จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ตรวจสอบการใช้งบประมาณและการใช้อำนาจรัฐของรัฐบาลนี้ อย่างเข้มข้น ตรงไปตรงมา นโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น ความมั่นคงชายแดน การแทรกแซงคดีสำคัญ คุณสมบัติของรัฐมนตรีหลายคน ที่ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง 29 – 30 ก.ย.นี้ ร่วมตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมๆ กัน!

ที่น่าสังเกตว่ามีผลสำรวจสองโพลที่พบว่าคะแนนนิยมของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯในฐานะหัวหน้าพรรคภท.สูงขึ้น แม้จะยังไม่ได้เข้าไปบริหารประเทศอย่างเป็นทางการๆ โดย ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2568” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 ก.ย. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 27.28 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 2 ร้อยละ 22.80 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 3 ร้อยละ 20.44 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 4 ร้อยละ 7.16 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 6.76 ระบุว่าเป็น นายชัยเกษม นิติสิริ (พรรคเพื่อไทย)

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 33.08 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 21.64 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 3 ร้อยละ 13.96 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 13.24 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 5 ร้อยละ 6.12 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 6 ร้อยละ 5.52 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อับดับ 7 ร้อยละ 2.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อับดับ 8 ร้อยละ 1.72 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 1.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาชาติ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคไทยภักดี พรรคชาติพัฒนา และพรรคเพื่อไทยรวมพลัง

ส่วน “ สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนกันยายน 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,012 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2568 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกันยายน 2568 เฉลี่ย 4.02 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2568 ที่ได้ 3.71 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.57 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือ การแก้ปัญหาความยากจน 3.59 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 55.98 ด้านนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นประจำเดือน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 44.27 ผลงานฝ่ายรัฐบาล ที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ คนละครึ่งพลัส ร้อยละ 46.25 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ร้อยละ 61.22

ดร.พรพรรณ บัวทอง ระบุว่า เดือนก.ย.เป็นช่วงคาบเกี่ยวจากรัฐบาลแพทองธาร สู่รัฐบาลอนุทิน ทำให้คะแนนดัชนีการเมืองไทยอาจยังสะท้อนภาพได้ไม่ชัดเจนนัก แต่การที่คะแนนปรับเพิ่มขึ้นทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน ก็เพียงพอจะสะท้อนความรู้สึกของประชาชนว่า “หมดหวังกับรัฐบาลเดิม ขอเริ่มมีหวังกับรัฐบาลใหม่” โดยเฉพาะการจัดทีมเศรษฐกิจควบคู่ กับการนำนโยบายขวัญใจอย่าง “คนละครึ่ง” กลับมา “พลัส” เงินในกระเป๋าให้ประชาชน ซึ่งเป็นการเรียกคะแนนนิยมให้กับรัฐบาลชุดนี้ได้ไม่น้อย

คะแนนนิยมของ นายอนุทิน ที่พุ่งมากขึ้น จะส่งผลทำให้เป็นแรงดึงดูด ทำให้ สส.ค่ายต่างๆ ไหลเข้ามาพรรคภท.เพิ่มอีกหรือไม่ หรือการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคสีน้ำเงินจะก้าวเข้ามาเป็นคู่ชิงการเป็นแกนนำรัฐบาลกับพรรคสีส้ม.

“ทีมข่าวการเมือง”