สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า นายคิม ซอน-กยอง รมช.การต่างประเทศเกาหลีเหนือ กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญครั้งที่ 80 ณ นครนิวยอร์ก


ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ที่เกาหลีเหนือส่งเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรี ร่วมการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมยูเอ็นจีเอ นับตั้งแต่การกล่าวถ้อยแถลงโดยนายรี ยอง-โฮ รมว.การต่างประเทศเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2561


ในช่วงหนึ่งของการกล่าวถ้อยแถลง คิมกล่าวว่า “การบังคับให้เกาหลีเหนือต้องปลดอาวุธนิวเคลียร์เท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลเปียงยางยอมจำนนต่ออธิปไตยและสิทธิในการดำรงอยู่ รวมทั้งเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือ” ขณะเดียวกัน คิมย้ำว่า “เกาหลีเหนือจะไม่มีวันยอมสละอธิปไตย ละทิ้งสิทธิในการดำรงอยู่ และละเมิดรัฐธรรมนูญของตัวเองอย่างเด็ดขาด”

United Nations


คิมกล่าวต่อไปว่า “ด้วยการยกระดับการยับยั้งทางกายภาพในการทำสงครามของเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นไปในสัดส่วนโดยตรงกับภัยคุกคามจากการรุกรานที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐและพันธมิตร” ดังนั้น “เจตจำนงของรัฐศัตรูที่จะก่อสงครามจึงถูกยับยั้งอย่างสิ้นเชิง และทำให้เกิดความสมดุลแห่งอำนาจบนคาบสมุทรเกาหลี”


เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเปียงยางเน้นย้ำ จุดยืนที่แข็งกร้าวและไม่เปลี่ยนแปลงของเกาหลีเหนือ ซึ่งมีต่อโครงการอาวุธนิวเคลียร์ โดยกล่าวว่า อาวุธนิวเคลียร์ถือเป็น “กฎหมายของรัฐ” และ “นโยบายแห่งชาติ” การมีอาวุธนิวเคลียร์คือ “อำนาจอธิปไตย” และ “สิทธิในการดำรงอยู่” ของรัฐ เนื่องจากเครื่องมือเดียวที่รับประกันความอยู่รอดของประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ เกาหลีเหนือ “จะไม่มีวันยอมถอย” หรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

อนึ่ง กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้เพิ่งออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับผลการประเมินของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ว่าตอนนี้เกาหลีเหนือครอบครองคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งมีความบริสุทธิ์มากกว่า 90% ในปริมาณที่อาจสูงถึง 2,000 กิโลกรัม ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมหาศาล.

เครดิตภาพ : AFP