สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ที่ตำบลวานัม และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ลุ่มน้ำที่สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่เพาะปลูกราว 1 ล้านเฮกตาร์ (ราว 6.25 ล้านไร่) ซึ่งคาดว่าจะไม่เพียงผลิตสินค้าโภคภัณฑ์อาหารหลักอย่างข้าว แต่ยังจะผลิตเอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง รวมถึงไบโอดีเซลผสมจากน้ำมันปาล์มด้วย


ฮาซานกล่าวว่า โครงการนี้เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของอินโดนีเซีย พร้อมสนับสนุนเป้าหมายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวตามสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาโครงการจะทำหน้าที่เป็นเสาหลักแห่งความพยายามของอินโดนีเซีย ในการมีความสามารถพึ่งพาตนเองในด้านอาหาร พลังงาน และน้ำ


รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับความมั่นคง การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการวางผังพื้นที่ในการดำเนินโครงการนี้ ขณะเดียวกัน กำลังเร่งรัดการออกสิทธิใช้ที่ดินและใบอนุญาตอื่น ๆ เพื่อประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นของการดำเนินโครงการนี้ในระยะยาว.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP