เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุโซนร้อน “บัวลอย” ส่งผลให้หลายพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะอำเภอหล่มสักและหล่มเก่า เกิดน้ำป่าทะลักเข้าท่วมฉับพลันในพื้นที่ ต.ตาดกลอย และ ต.นาแซง น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 500 หลังคาเรือน บางจุดน้ำท่วมเกือบมิดหลังคา เจ้าหน้าที่และอาสากู้ภัยเร่งเข้าให้การช่วยเหลือ

ถนนสายกกกะทอน-น้ำหนาว บริเวณสะพาน S.33 ระดับน้ำสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้เส้นทางเลี่ยง บ้านหนองยาว-หนองกลางแก้ว-ตาดกลอย หมวดทางหลวงตาดกลอย ติดตั้งป้ายเตือนและป้ายบอกเส้นทางเลี่ยงเรียบร้อยแล้ว

ฝนตกหนักยังทำให้น้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยขอนแก่น ต.ห้วยไร่ อ.หล่มสัก จนเต็มความจุ ทำให้ต้องเปิดประตูสปิลเวย์ 2 บาน น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.ห้วยไร่ ระดับน้ำสูงราว 30 ซม. น้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว กัดเซาะถนนเชื่อมหมู่บ้าน บ้านวังร่อง-แก่งยาว ขาดระยะทาง 10 เมตร น้ำไหลลงคลองชลประทานเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร กระแสน้ำยังคงกัดเซาะต่อเนื่อง

พนังกั้นน้ำในหมู่ 9 ต.วัดป่า อ.หล่มสัก พังลงอีกครั้ง ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นครั้งที่ 6 หลังน้ำเพิ่งลดเพียงไม่กี่วัน

ขณะเดียวกัน จังหวัดอุดรธานีได้รับผลกระทบหนักจากฝนตกสะสมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอกุมภวาปี หนองหาน หนองวัวซอ กู่แก้ว และไชยวาน น้ำท่วมฉับพลัน ถนนและสะพานขาด เจ้าหน้าที่ต้องใช้นั่งเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชน ขนย้ายสิ่งของและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่น้ำสูงกว่า 1 เมตร

ในจังหวัดอุตรดิตถ์ ฝนตกหนักลมกระโชกแรงและฟ้าผ่า ส่งผลให้บ้านเรือนและถนนหลายจุดถูกน้ำท่วม อำเภอทองแสนขัน มวลน้ำไหลเข้าท่วมเขตเทศบาลสูง 1.5-2 เมตร เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยและทหารเร่งอพยพประชาชนโดยใช้เรือท้องแบนและรถยกสูง

เส้นทางสัญจรสำคัญหลายสาย เช่น สาย 117 ไปอุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ ถนนเขื่อนสิริกิติ์-อำเภอน้ำปาด ถูกน้ำท่วม รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ด้านอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ประกาศปิดลานสนและเส้นทางศึกษาธรรมชาติชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย หลังพบดินสไลด์หลายจุด

ล่าสุด อ่างเก็บน้ำห้วยหลวงประกาศเพิ่มการระบายน้ำตั้งแต่เที่ยงวันนี้ จาก 4 ล้าน ลบ.ม. เป็น 5 ล้าน ลบ.ม. และตั้งแต่เวลา 18.00 น. จะเพิ่มเป็น 6 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเตือนประชาชนในอำเภอกุดจับ เมือง เพ็ญ และสร้างคอม เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงอาสากู้ภัย เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด