เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตาม มาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2
โดยจ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีนายกฤช ศิลปชัย สส.ระนอง พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงระหว่างพิจารณานโยบายรัฐบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยตั้งข้อสังเกตกรณีบ่อดินเถื่อนใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี และสติกเกอร์ “เพื่อนยศสิงห์” โดยยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบ่อดินเถื่อนดังกล่าว เพราะตนอยู่ใน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว หากสิ่งใดผิดกฎหมายก็พร้อมสนับสนุนให้ปิดทันที ไปตรวจสอบได้เลยว่า “ตระกูลเหลี่ยมเลิศ” ไม่มีการจดทะเบียนรถบรรทุก 10 ล้อแม้แต่คันเดียว เพราะตนไม่ถนัดในธุรกิจนี้ และไม่รับรู้ ไม่เกี่ยวข้องด้วย
จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวว่า สำหรับสติกเกอร์ “เพื่อนยศสิงห์” เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ทำไว้ติดเสื้อหรือรถ เพื่อแสดงตัวว่าเป็นเพื่อน–พรรคพวกกันในชุมชน เผื่อเกิดอุบัติเหตุหรือปัญหาบนท้องถนนจะได้ช่วยเหลือกันได้ ไม่ได้เป็นช่องทางหาผลประโยชน์หรือใช้อำนาจในทางมิชอบ ซึ่งตนได้แนะนำเสมอว่า ใครจะเอาไปติดก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือลดลง และหากใครไม่ชอบ ตนก็ไม่ว่าแต่ยืนยันว่าไม่ใช่เครื่องมือหาผลประโยชน์แน่นอน
รมช.อุตสาหกรรม ได้อธิบายถึงนโยบาย “ปิดเร็ว–เปิดเร็ว พึ่งพาได้” ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจตีความผิด ว่า ความหมายคือ หากโรงงานหรืออุตสาหกรรมทำผิดกฎหมาย สร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือชุมชน ต้องสั่งปิดอย่างรวดเร็ว แต่หากแก้ไขถูกต้องตามกฎหมายครบถ้วน ก็ต้องเปิดให้ดำเนินกิจการต่อได้โดยเร็ว อุตสาหกรรมคือหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจ เป็นเหมือนเครื่องพิมพ์เงินของประเทศ เราต้องบริหารจัดการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่ตนพูดว่า “พึ่งพาได้” นั้นหมายความว่า อุตสาหกรรมในยุคที่มีนายธนกร วังบุญคงชนะ เป็นรัฐมนตรีว่าการ เราคุยกันว่าพึ่งพาได้คือทำความเชื่อมั่นกับผู้ประกอบการและนักลงทุนได้ และทำความเชื่อมั่นให้กับชุมชนที่นิคมต่างๆ ไปตั้งอยู่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาได้ เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต้องทำให้ถูกต้องมีความแข็งแรง อยู่ใต้ขอบเขตของกฎหมาย เราไม่ได้ไปสื่อสารว่า “จ่ายครบ จบแน่” เพราะพ่อแม่ของตนสอนมามีแต่เรื่องดีๆ เรื่องไม่ดี ตนไม่เอามาทำแน่นอน.



