เมื่อเวลา 18.07 น. วันที่ 30 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ต่อเนื่องเป็นวันที่  2

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวสรุปการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า ขอบคุณประธานรัฐสภา ให้โอกาสให้รัฐบาลแถลงนโยบายจากที่ประชุมรัฐสภา กำหนดวันและเวลาเป็นโอกาสให้รัฐบาลได้เข้าไปบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พร้อมกล่าวขอบคุณสมาชิกรัฐสภา ทั้งวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้ความรู้ ข้อแนะแนว ความคิด คำวิจารณ์ การเสนอแนะ เพื่อให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติบริหารราชการแผ่นดิน

“ผมให้คำยืนยันว่า พวกเราทุกคนรับฟังและจะนำข้อคิดและเป็นแนวทางในการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป ขอให้คำยืนยันว่า 2 วันนี้เป็น 2 วันที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับรัฐบาลชุดนี้ และผมต้องกราบขออภัยผู้อภิปรายบางท่านที่มีความจำเป็นต้องลุกขึ้นมาตอบโต้ เพื่อนำข้อเท็จจริงมาชี้แจงแถลงให้พี่น้องประชาชนรับทราบ แม้ว่าหลายเรื่องยังเป็นการอภิปรายแตกต่างจากข้อเท็จจริงมากพอสมควร” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อและให้คำยืนยันต่อรัฐสภา ในการอภิปรายปิดของนายสุทิน คลังแสง ให้ความมั่นใจว่าในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตลอดจนรัฐมนตรีในรัฐบาล จะไม่ใช้อำนาจที่ได้รับมอบหมายจากประชาชน กระทำการสิ่งใดเพื่อเลือกประโยชน์ให้กับตนเอง หรือช่วยเหลือให้ตนเองพ้นจากสิ่งที่ทำผิดให้เป็นถูก และหวังว่าสิ่งที่ทำไปไม่มีอะไรเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ถ้าหากมีสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย ให้นับไปเลยตั้งแต่ตนเองที่เป็นเบอร์หนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ไปจนถึงเบอร์ 36 หากพบว่าผู้ใดทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย จะไม่ให้ต้องมาเร่ง แต่จะเป็นคนเร่งรัด หากดำเนินการเองได้ ก็จะดำเนินการด้วยตัวเองไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเอง

นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่า เสียใจ กับทุกท่านที่เคยทำงานร่วมกันมาและต้องมาโต้เถียงกันไปมาเพราะคำว่า “การเมือง” และยืนยันอีกครั้งว่าเมื่อมีการตอบโต้ทางการเมืองในห้องประชุมรัฐสภา ขอให้ทุกคนถือว่าได้ทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ขออย่าถือความเป็นส่วนตัว ออกไปขอให้มีรอยยิ้มและความร่วมมือ ให้คำมั่นสัญญาว่าตนเองและคณะรัฐมนตรีทุกคนจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่  ขอย้ำใน 4 เดือนที่เหลือทะเลาะกันไม่ได้ ทะเลาะกันประชาชนเสียประโยชน์ เราต้องทำในสิ่งที่ดี ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน 4 เดือนนี้จะได้ไปแข่งกันด้วยความขาวสะอาด แข่งกันเรื่องรอยยิ้ม แข่งกันทำความดีให้กับประชาชนแล้วให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกใครก็มาทำงานให้เขา รับรองว่าจะไม่มีคำว่าได้เปรียบใดๆ และเปิดใจว่าช่วงที่พ้นจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย ไป มีความสุขดี

“ผมเสียใจเพราะท่านคิดว่าการที่พรรคผมอยู่กับท่านตอนนั้น อาจจะทำให้ท่านเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ไม่จริงหรอกครับ กระทรวงมหาดไทยพ้นออกไปเหมือนกัน 2 เดือนที่แล้ว สภาพของผมกับนายภูมิธรรม  เวชยชัย ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้นตรงนั้นอย่าไปถือสา เราเป็นตัวของเราเองดีกว่า คุณงามความดีที่ประกอบมาเป็นตัวที่ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีอำนาจใช้อำนาจตามหน้าที่เป็นบทบาท” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า ไม่หลงใหลในอำนาจ หรือการนำอำนาจกลั่นแกล้งใคร ชี้ว่าให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ขอให้ความมั่นใจ และยืนยันต่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เกี่ยวกับการทำประชามติ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ และทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งครั้งหน้า และคืนอำนาจให้กับประชาชนตามเจตนารมณ์ร่วมกัน 4 เดือนจากนี้ไป ไม่ใช่ “เป็ดง่อย” เพราะเป็นเป็ดง่อยจะยุบสภาไม่ได้ และรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือกับสมาชิกรัฐสภา 

“ส่วนเรื่องโยกย้ายข้าราชการ เพื่อไปช่วยกันเลือกตั้ง ขอให้ท่านมั่นใจ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีมากกว่าผม เพราะผมอยู่ในมหาดไทย แฮตทริกแล้ว บนป้ายกระทรวงมหาดไทยมีชื่อผม 3 ครั้งแล้ว และมีชื่อพ่อผมด้วย ผมมั่นใจเป็นอย่างดีว่าจะเลือกตั้งได้มากได้น้อยอยู่ที่ผู้สมัคร อยู่ที่นโยบายพรรคการเมือง ใครทำนโยบายดี ใครส่งผู้สมัครดีก็มีโอกาสที่จะได้เข้ามา ผมไม่เคยคิดเลยว่าข้าราชการคนไหน จะสามารถช่วยให้พรรคการเมืองชนะการเลือกตั้งได้” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า การเอามีดตัดมือตัวเองสำหรับนายอนุทินไม่เคยมี  คนที่เอามีดตัดมือตัวเองตัดแขนตัวเองคือคนที่ให้ผมออกจากรัฐบาลที่แล้ว ไม่งั้นก็ไม่มีวันนี้ เพราะฉะนั้นเราเห็นสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ แต่ขอให้อโหสิกันและจบกันไป จากนี้ไปมาแข่งขันกันทำคุณงามความดี ขายนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน

“อีก 2 เดือนยุบสภา อีกไม่เกิน 2 เดือนได้เลือกตั้งกัน แล้วมาแข่งขันในการเลือกตั้งกันด้วยความบริสุทธิ์โปร่งใส รับรองว่าไม่ใช่เป็นง่อย นี่หนู ไม่ใช่เป็ด เพราะฉะนั้นหนูไม่ง่อย เป็ดอาจจะง่อย” นายอนุทิน กล่าวและว่าขออวยพรให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงโชคดีทุกคน

จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 18.17 น. ซึ่งตลอด 2 วัน ใช้เวลาในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” รวมทั้งสิ้น  26 ชม.