สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ว่า ความเห็นของเกรียร์ ซึ่งกล่าวในงานเสวนาของ “อีโคโนมิก คลับ ออฟ นิวยอร์ก” บ่งชี้ว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เกี่ยวกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในทันที ก่อนเส้นตายวันที่ 10 พ.ย. นี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดข้อตกลงสงบศึกทางการค้าของทั้งสอง

เกรียร์กล่าวว่า “หากคุณถามประธานาธิบดีว่า เรามีข้อตกลงกับจีนหรือไม่?” เขาจะตอบว่า “ใช่ ภาษีนำเข้า 55% คือข้อตกลง” ดังนั้น จึงถือเป็นสถานการณ์ที่ดีแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาต้องการหารือกับจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าที่สมดุลยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่ม “สินค้าที่ไม่ไวต่อการเปลี่ยนแปลง” เช่น สินค้าเกษตรสหรัฐ และสินค้าอุปโภคบริโภคจีน

เขาย้ำว่า อยากจะไปถึงจุดที่สามารถค้าขายกันได้อย่างเสรี และโปร่งใสมากขึ้นอีกนิด ซึ่งในตอนนี้ “เราอยู่ตรงจุดนี้แล้ว”

หากเจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนไม่ตกลงที่จะขยายอัตราภาษีเหล่านี้ ภาษีศุลกากรอาจจะกลับมาอยู่ที่ประมาณ 145% สำหรับฝั่งสหรัฐ และ 125% สำหรับฝั่งจีนในวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งจะส่งผลให้การค้าระหว่างสหรัฐและจีน “หยุดชะงักเกือบทั้งหมด”

เกรียร์กล่าวว่า คณะเจรจาของจีน “มั่นใจมากขึ้น” เนื่องจากอิทธิพลของจีนที่มีต่อการจัดหาแร่ธาตุหายาก และแม่เหล็กทั่วโลก โดยตั้งข้อสังเกตว่า “จิตวิญญาณนักรบหมาป่า” ในด้านการทูตของจีนแข็งกร้าวมากขึ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน และเพิ่มข้อได้เปรียบทางการเมืองให้กับการเจรจา

เขาทิ้งท้ายว่า ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความเคารพกัน ขณะที่การสื่อสารอย่างเป็นระบบ ช่วยหลีกเลี่ยงความตื่นตกใจในนโยบาย.

เครดิตภาพ : AFP