เมื่อวันที่ 1 ต.ค. เวลา 15.10 น. ที่ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ พร้อมด้วย น.ส.พินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ และนายปิยภักดิ์ ศรีเจริญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก ร่วมกันบรรยายสรุปแก่คณะทูตต่างประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และผลการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 80 โดยมีผู้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุป ที่ประกอบด้วยเอกอัครราชทูตและ/หรือผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 67 ประเทศ และ 5 องค์การระหว่างประเทศ รวม 99 คน ทั้งนี้การบรรยายสรุปดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ทั้งนี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวช่วงต้นของการบรรยายสรุป ว่า เนื้อหาที่จะกล่าวในวันนี้ (1 ต.ค.) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมถึงกรณีที่รัฐบาลของไทยชุดใหม่จะยุบสภาภายใน 4 เดือน และหลังจากนั้นจะจัดให้มีการเลือกตั้ง สส. จึงต้องทำให้ช่วงเวลา 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้มีความหมายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เรามีเวลา 4 เดือนกับปัญหาเร่งด่วนในทุกวัน และพยายามแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงเรื่องของประเทศเมียนมา

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวเน้นย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่มุ่งเสริมเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน อีกทั้งจะมีการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือในระดับต่างๆ ที่รวมถึงอาเซียน โดยปลายปีนี้ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมตามกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งมีเป้าหมายว่าอาเซียนจะมีความแข็งแรงมากขึ้น

ภายหลังการบรรยายสรุปเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์ แถลงว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนมารับหน้าที่ รมว.การต่างประเทศ อย่างเป็นทางการ หลังจากที่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลา 4 เดือน จะใช้ทุกวันให้เป็นประโยชน์ จึงเชิญคณะทูตต่างประเทศมาพูดคุยว่าภายใต้ในช่วงที่ตนเป็น รมว.การต่างประเทศ จะดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเราอยากจะเห็นการทูตที่นำประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก รวมถึงดำเนินการทูตที่ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการทูตที่ไปหลายทิศทาง ผลประโยชน์อยู่ตรงไหนเราต้องไป ไม่ใช่เฉพาะเรื่องใกล้ตัว นอกจากนี้ ตนยังได้เล่าให้คณะทูตรับทราบถึงการไปร่วมประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ที่นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าไทยอยากจะมีบทบาทที่มีความหมายในเวทีระหว่างประเทศ และได้เห็นจุดยืนของไทยในเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ อีกทั้งตนเล่าถึงการพบปะหารือกับเลขาธิการสหประชาชาติ และ รมว.ต่างประเทศของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นประธานรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งตนได้แจ้งให้ฝ่ายญี่ปุ่นทราบถึงปัญหาที่ทหารไทยเหยียบกับระเบิด เพราะจะมีการประชุมใหญ่ของรัฐภาคีดังกล่าวในเดือน ธ.ค. นี้
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า กรณีถ้อยแถลงของตนในที่ประชุมยูเอ็นจีเอ ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวกับไทยกับกัมพูชานั้น ตนอยากให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร และเราไม่ควรจะเป็นศัตรูกัน เราพร้อมพูดคุยเจรจาทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับการพูดคุยมีความจริงใจระหว่างกัน แต่พื้นที่นี้ยังไม่เปิด แน่นอนว่าเราต้องรักษาอธิปไตยของเรา ขณะที่ความปรารถนาของไทยคืออยากให้มีการพูดคุยกันและหาทางเดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการร่วมประชุมยูเอ็นจีเอ ตนได้มีโอกาสพบกับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศและความร่วมมือของกัมพูชา ซึ่งได้พูดกันว่าเราเป็นนักการทูต จึงต้องมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกัน ขณะที่สหรัฐ จัดประชุม 4 ฝ่าย ก็เป็นเจตนารมณ์ ต้องขอบคุณสหรัฐที่จัดประชุมดังกล่าว แต่มีเวลาน้อย ซึ่งตนยืนยันในการประชุมนี้ว่าอยากให้การประชุมสะท้อนถึงความพยายามที่ไทยพูดคุยเดินหน้าทำให้บรรยากาศของความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ในวันรุ่งขึ้น ฝ่ายกัมพูชากลับพูดกล่าวหาประเทศไทยในสิ่งที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง และไม่สะท้อนในสิ่งที่เคยพูดคุยกันไว้ ตนจึงต้องปรับถ้อยแถลงต่อที่ประชุมยูเอ็นจีเอ เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยมีเจตนาอย่างไร และให้เห็นว่าที่ผ่านมา เราช่วยกัมพูชามาตลอด ช่วงที่เขาเจอปัญหาภายใน แต่สิ่งที่ตนพูดนั้นไม่ได้เป็นการทวงบุญคุณ
“อย่างไรก็ตาม เรามีความปรารถนาที่ดี ส่วนเหตุการณ์ปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่ไทยปรารถนา จึงต้องมีการทำงานร่วมกันต้องหาจุดที่หาความคืบหน้า ว่าจะกลับสู่สภาวะปกติอย่างไร” นายสีหศักดิ์ กล่าว



