เมื่อเวลา 08.08 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวว่า เตรียมหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เบื้องต้นกับการตัดสินใจเกี่ยวกับสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ผู้รับสัมปทาน หลังจากโครงการดังกล่าวล่าช้ามาหลายปี และส่งต่อการพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันเตรียมหารือกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ได้ความชัดเจนว่าในการแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนี้ ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะรัฐบาลไม่อยากให้ทำโครงการไปแล้วเกิดปัญหาตามมา และตนตัดสินใจด้วยตัวเองเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ จึงขอหารือในเรื่องของกฎหมายให้ชัดเจนก่อน
“สิ่งที่มีการทำสัญญาไว้ตั้งแต่แรก คือต้องยึดถือในสัญญานั้น แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนสัญญา ก็คงตัดสินใจด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะต้องหารือในเรื่องของข้อกฎหมายกับทางอัยการสูงสุดว่า สิ่งต่างๆ มีอะไรที่สามารถแก้ไขได้ หรืออะไรที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วย หากทำไปแล้วทำให้รัฐเกิดความเสียหาย” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในการหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ คงต้องเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาหารือทั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด โดยในวันนี้จะคุยกับทางผู้บริหารของ สกพอ. เพื่อรับทราบรายละเอียดความคืบหน้าการดำเนินโครงการทั้งหมดมของโครงการ EEC ว่าเป็นอย่างไร และคงได้สอบถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย
“ผมอยากเร่งให้โครงการนี้สำเร็จรุดหน้าไปด้วยดี แต่หากเกิดปัญหาก็ต้องหารือกันว่าจะหาวิธีแก้ไขอย่างไรในสิ่งที่สูญเสียไปในส่วนนั้น เช่น การขนส่งตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิไปถึงดอนเมือง จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร จะเอาส่วนไหนเข้ามาชดเชยได้เป็นเรื่องที่ต้องรีบทำ แต่ยังไงต้องหารือกับทางผู้ประกอบการภาคเอกชน และทุกฝ่ายก่อน” นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะนัดประชุมบอร์ด EEC เพื่อเร่งแก้ปัญหาเลยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอหารือกับทางเลขาธิการ EEC และผู้บริหาร EEC ก่อนว่ามีอะไรที่ค้างอยู่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าในช่วงระยะเวลา 4 เดือนนี้ ที่มีความจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนโครงการออกมาให้ได้
เมื่อถามว่า การประชุม ครม.เศรษฐกิจ ที่นายกฯ บอกว่าจะนัดประชุมในเดือน ต.ค. นี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีหลายโครงการที่เป็นโครงการเร่งด่วน จะต้องเสนอเข้ามาให้ที่ประชุมพิจารณา เช่น การเร่งรัดโครงการก่อสร้างบริเวณถนนพระรามที่ 2 รวมทั้งโครงการมอเตอร์เวย์นครราชสีมา โดยจะหารือกับปลัดกระทรวงคมนาคมว่าส่วนไหนที่สามารถเปิดใช้ทันปีใหม่ได้ต้องรีบเปิด แต่ถ้าส่วนไหนที่เปิดไม่ทันก็พยายามจะเร่ง และเปิดให้ทันก่อนสงกรานต์ปีหน้า
“เทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ จะมีคนไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เข้ามาเที่ยวในช่วงนี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทยค่อนข้างมาก สิ่งต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกได้ หรือเปิดผิวจราจรให้ได้มากสุด กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งรีบ” นายพิพัฒน์ กล่าว



