เมื่อวันที่ 2 ต.ค. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายพสิษฐ์ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ นายวันชัย อรุณประภารัตน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า ทะลุซอย ทั้ง 2 ฉบับ ของพรรคประชาชนและพรรคประชาชาติ ต่อพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า

นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ในหนังสือคัดค้านนั้น ได้แนบสำเนาหนังสือ คำร้องถึงนายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาไปด้วย เพื่อให้พ.ต.อ.ทวี และคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 32 คน ที่ได้ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวในวันนี้ ได้นำหนังสือคัดค้าน และคำร้องดังกล่าวไปพิจารณาในการประชุมในวันนี้ด้วย
นายพสิษฐ์ ยังกล่าวต่อไปว่า วันนี้ที่มายื่นหนังสือคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ เพื่อแสดงให้เห็นว่าตน คณะสมาคมอุทยานแห่งชาติ และคณะสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ เอาจริงที่จะคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวถึงที่สุด และตนได้นัดหมายกับนายชีวะภาพในวันที่ 7 ต.ค. เวลา 15.30 น. เพื่อยื่นหนังสือคำร้องต่อนายชีวะภาพ เพื่อขอให้ช่วยรวบรวม สว.ให้ได้ 25 คน ส่งเรื่องไปที่ประธานวุฒิสภา เพื่อให้ประธานวุฒิสภา ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว ขัดหรือแย้ง ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 50 (2)(3)(8) และมาตรา 53 หรือไม่ และขัดกับมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ ส.ส ตามข้อ 6 และข้อ 21 หรือไม่ นอกจากนี้แล้วตนยังเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในกลางเดือน ต.ค. นี้ด้วย
นายพสิษฐ์ ยังกล่าวต่อไปว่าหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และต่อมาถ้าวินิจฉัยว่าร่าง พ.ร.บ นิรโทษกรรมดังกล่าวขัดหรือแย้ง กับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และขัดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจริง สส.ผู้เสนอร่าง รวมทั้ง สส.ผู้รับหลักการ อาจถูกตัดสิทธิในการเมืองต่อไป และพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรคที่เป็นผู้เสนอร่าง อาจมีสิทธิถูกยุบพรรคได้

“ขอวิงวอน ให้ สส.ผู้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ช่วยถอนร่าง พ.ร.บ.นี้ออกไป เพื่อเป็นผลดีต่อพื้นที่ป่าและทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ซึ่งเป็นสมบัติของคนไทยทุก ๆ คน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เพราะร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว นอกจากนิรโทษกรรมผู้ถูกดำเนินคดีผู้บุกรุกป่า ให้พ้นความผิดแล้ว ยังเขียนซ่อนไว้ให้นิรโทษกรรมที่ดินของรัฐที่ได้ตรวจยึดดำเนินคดีไว้แล้ว ให้กลับคืนมาเป็นของผู้บุกรุกป่าตามเดิม และยิ่งร้ายกว่านั้น ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่อดีตก่อน 1 ธ.ค. 2497 ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ หรือ ตั้งแต่ก่อนประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก่อนประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ก่อนประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือก่อนประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าจนถึงปัจจุบัน และยิ่งร้ายขึ้นไปอีก ยังเขียนเปิดช่องไว้ในกฎหมาย ให้บุคคลใดก็ได้ไม่ว่าประชาชนทั่วไป พ่อค้า นายทุน ผู้มีอิทธิพล นักการเมือง ที่ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่า ยังได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวด้วย” นายกสมาคมอุทยานฯ กล่าว.



