ความคืบหน้า กรณี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เดชวินิตย์ ศรีพิณ อาจารย์ประจำหลักสูตรจิตรกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย หลังทำหน้าที่สอนนานกว่า 15 ปี เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับนโยบายควบรวมหลักสูตร
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ผศ.เดชวินิตย์ ศรีพิณ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากบุคลากรสายวิชาการในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ โดยระบุเหตุผลชัดเจนว่า “เนื่องจากข้าพเจ้าหมดศรัทธากับการบริหารการศึกษาของหน่วยงานต้นสังกัด” และขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดภาคการศึกษาประจำปี 2568
ผศ.เดชวินิตย์ กล่าวว่า ตนรู้สึกผิดหวังในระบบการศึกษาไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเข้ามาให้ความสนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะมีการนำเสนอข่าวไปแล้วก็ตาม ตนเห็นว่ากรณีการควบรวมสาขาวิชาที่สาขาพวกตนประสบอยู่ เป็นวิกฤติทางการศึกษา ที่ผู้เกี่ยวข้องควรจะให้การดูแลเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการที่อาจต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือน จนถึง 1 ปี
“ตนได้รับผลกระทบบ้าง เนื่องจากมีผู้พยายามบิดเบือนว่าการเคลื่อนไหวของตนเป็นเรื่องความขัดแย้งภายใน และมีการโจมตีว่าตนขาดผลประโยชน์ รวมถึงปัญหาการปฏิบัติสัญญาว่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งตนยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติงานตามสัญญาทุกข้อโดยไม่บกพร่อง และไม่เคยเสนอตัวไปทำงานฝ่ายบริหาร แต่ทำหน้าที่ฝ่ายวิชาการและครูผู้สอนเท่านั้น” ผศ.เดชวินิตย์ กล่าว
ผศ.เดชวินิตย์ ชี้ว่า นโยบายควบรวมสาขาจิตรกรรมกับสาขาดนตรีเข้าด้วยกันนั้น เป็นตัวอย่างการปิดโอกาสทางการศึกษา อย่างชัดเจน เนื่องจากภายหลังที่สาขา ได้ตั้งคณะกรรมการมาทำงาน ก็พบปัญหาอุปสรรคที่ไม่สามารถไปต่อได้ แต่เมื่อทำหนังสือขอคำชี้แนะและแนวทางแก้ไข กลับไม่มีการตอบรับจากผู้บริหาร เพียงแต่มีคำสั่งทางวาจาให้ดำเนินการตามนโยบาย ส่งผลให้ไม่เปิดรับนักศึกษาสาขาจิตรกรรม ในปีการศึกษา 2569
การกระทำดังกล่าว จะทำให้ผู้เรียนระดับอาชีวะในสาขาที่เกี่ยวข้อง ขาดโอกาสเข้ารับการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และต้องเดินทางไปเข้ารับการศึกษาที่สถาบันอื่น ๆ นอกพื้นที่ ซึ่งตนเชื่อว่านักศึกษาบางคนอาจขาดโอกาสเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การควบรวมหลักสูตรในหลายวิชาให้เหลืออาจารย์ผู้รับผิดชอบเพียง 3 คน จากเดิม 5 คน ถือเป็นการเอาเปรียบผู้เรียนและผู้ปกครอง
ในฐานะอาจารย์ ตนต้องต่อสู้เรียกร้อง เพื่อรักษามาตรฐานทางวิชาการให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 มาตรา 5 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างบุคลากรที่สมบูรณ์ โดยหลังจากนี้ ตนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังสำนักงานเลขานุการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เพื่อสอบถามถึงเรื่องการควบรวมหลักสูตร แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล โดยทุกอย่างได้เป็นไปตามกระบวนการ เนื่องจาก ผศ.เดชวินิตย์ ได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้ว



