นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า จะเดินหน้าโครงการสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ หรือสลาก กอช. และพร้อมเปิดจำหน่ายตามกำหนดเดิมภายในเดือน ธ.ค. 68 ซึ่งสลาก กอช. เป็นคนละส่วนกับโครงการสลากเพื่อการออมของผู้ซื้อสลากดิจิทัล 80 เพราะโครงการสลากเพื่อการออม จะใช้งบประมาณจากค่าบริหารของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนสลาก กอช. ใช้งบประมาณในการสนับสนุนเงินรางวัล

น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ กอช. กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.กอช. ได้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนการรอนายกรัฐมนตรีเสนอขอทูลเกล้าฯ ขณะเดียวกัน กอช. ได้จัดทำกฎหมายลูกเพื่อรอเสนอให้กระทรวงการคลังแล้ว โดยขณะนี้ กอช. มีความพร้อมในการจำหน่าย โดยพัฒนาระบบแอปพลิเคชันเพื่อรอขาย ซึ่งจะไม่มีการล่มแน่นอน เพราะมีการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร ได้แก่ ทรูมันนี่ เอไอเอส และช้อปปี้ แล้ว

ทั้งนี้ รูปแบบการจำหน่ายสลาก และการออกรางวัลยังคงเดิม คือ เป็นสลากขูดแบบดิจิทัลใบละ 50 บาท เพื่อขายให้กับประชาชนทุกคนที่มีสัญชาติไทย และมีอายุ 15 ปีขึ้นไป ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน โดยออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. สำหรับชื่อเรียกหวยเกษียณเป็นชื่อเล่น แต่จริงๆ แล้วจะใช้ชื่อ สลาก กอช.

“ผู้ซื้อจะต้องมีการผู้บัญชีพร้อมเพย์ โดยหากถูกรางวัลจะได้เงินรางวัลทันทีผ่านพร้อมเพย์ ซึ่งสามารถนำออกมาใช้ได้เลย โดยที่เงินค่าซื้อสลากทั้งหมดถูกเก็บเป็นเงินออมในบัญชีส่วนตัวของตนเอง แม้ว่าจะถูกรางวัลหรือไม่ก็ตาม สำหรับรางวัลสลาก กอช.ได้แก่ รางวัลที่ 1 มี 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 2  เป็นเลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว รางวัล 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล และรางวัลพิเศษหรือแจ๊กพอต 1 รางวัล โดยหากในงวดใดที่รางวัลออกไม่หมด รางวัลที่ออกไม่หมดนั้นจะถูกทบยอดเป็นรางวัลพิเศษในงวดถัดไปทันที”

น.ส.จารุลักษณ์ กล่าวว่า สถานการณ์การออมของ กอช. ขณะนี้ มีผู้ออมเข้ามามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะระยะหลังคนออกจากงานประจำและมาทำอาชีพอิสระเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ช่วง 9 เดือนของปี 68 กอช. มีสมาชิกเพิ่มขึ้นมา 1 แสนราย จาก 2.7 ล้านคน เป็น 2.8 ล้านคน และเมื่อถึงสิ้นปีอาจขยับเป็น 3 ล้านคนได้ ส่วนยอดออมสะสมของสมาชิกเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท จาก 1.5 หมื่นล้านบาท เป็น 1.6 หมื่นล้านบาท โดย กอช. พยายามเข้าไปหาทางเพิ่มสมาชิกขึ้น ล่าสุด ได้ลงนามร่วมมือกับ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อส่งเสริมการออม ในกลุ่มนักศึกษา ซึ่งสามารถเข้ามาเป็นสมาชิกการออมตั้งแต่อายุน้อยจนถึงเกษียณ