สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่า เครือข่ายเฝ้าระวังธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ (กลามอส) ระบุว่า ในปี 2568 การละลายของธารน้ำแข็งในประเทศแห่งนี้ กลับมาอยู่ในระดับ “มหาศาล” อีกครั้ง และใกล้เคียงกับสถิติของเมื่อปี 2565
ขณะเดียวกัน ฤดูหนาวที่มีหิมะน้อย ประกอบกับคลื่นความร้อนในฤดูร้อนเมื่อเดือน มิ.ย. และ ส.ค. ทำให้ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียปริมาตรไป 3% ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่มีการวัด โดยเป็นรองเพียงปี 2565, 2566 และ 2546
????????????????️ Scientists warn that Switzerland’s glaciers could nearly vanish by the end of this century without stronger actions to counter global warming.
— FRANCE 24 English (@France24_en) October 1, 2025
Read more here ???? https://t.co/sjrx4wifwa pic.twitter.com/VEuVu6Su1U
แม้ธารน้ำแข็งทั่วเทือกเขาแอลป์จะละลายมานานกว่าศตวรรษแล้ว แต่กระบวนการดังกล่าว กลับเร่งตัวขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศอุ่น อันเป็นผลมาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2558-2568 ธารน้ำแข็งในสวิตเซอร์แลนด์ได้สูญเสียปริมาตรไป 24% เมื่อเทียบกับ 10% ระหว่างปี 2533-2543 โดยนักวิจัยกลามอสได้อ้างอิงการตรวจวัดธารน้ำแข็งประมาณ 20 แห่ง ในเดือน ก.ย. และนำไปเปรียบเทียบกับธารน้ำแข็ง 1,400 แห่งในประเทศ
นับตั้งแต่ปี 2513 ธารน้ำแข็งกว่า 1,100 แห่ง ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง และสูญเสียความสูงไปมากกว่า 100 เมตร ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น ปริมาณน้ำสำรองของประเทศก็ลดลง หลังธารน้ำแข็งมีปริมาณลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่มีอยู่ทั้งบนภูเขาและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
นอกจากนั้น นักวิจัยประเมินว่า ธารน้ำแข็งจะเหลืออยู่ 45.1 ลูกบาศก์กิโลเมตรภายในสิ้นปีนี้ หรือลดลง 30 ลูกบาศก์กิโลเมตรจากปี 2543 ขณะที่ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายในปีนี้ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2553-2563 เพียงแค่ 15%.
เครดิตภาพ : AFP



