สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่าสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงาน โดยอ้างเป็นการประกาศของกระทรวงพลังงาน ว่ายุติการมอบรางวัลทางการเงิน 321 รายการ ครอบคลุม 223 โครงการ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินภาษีของชาวอเมริกันได้มากถึง 7,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 244,724.74 ล้านบาท)
แถลงการณ์ระบุว่า โครงการเหล่านั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานสาธิตพลังงานสะอาด สำนักงานประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานทดแทน และหน่วยงานอีกหลายแห่งภายใต้ความดูแลของกระทรวงพลังงาน “ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานของชาติได้อย่างเพียงพอ และจะไม่ก่อให้เกิดผลตอบแทนในเชิงบวกจากเงินภาษีของประชาชน”
The Trump administration is yanking green energy and infrastructure funding away from blue states on day one of the Republican-led government shutdown. https://t.co/H93dXVFLhk pic.twitter.com/aC1GmDq0qY
— The New Republic (@newrepublic) October 2, 2025
ทั้งนี้ ผู้รับทุนยังมีเวลา 30 วันในการยื่นอุทธรณ์ต่อการยุติโครงการ ซึ่งมีรายงานว่า บางรายเริ่มกระบวนการแล้ว โดยถ้อยแถลงไม่ได้เปิดเผยรายชื่อโครงการที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริหารจัดการด้านงบประมาณของสหรัฐ (โอเอ็มบี) เปิดเผยรายชื่อรัฐที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐนิวยอร์ก และอีก 14 รัฐ ซึ่งทั้งหมดเป็น “รัฐสีน้ำเงิน” หรือฐานเสียงของพรรคเดโมแครต ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นฝ่ายแพ้ในการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ เมื่อเดือนพ.ย. 2567
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงคมนาคมสหรัฐประกาศระงับงบประมาณส่วนกลางเกือบ 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 582,408 ล้านบาท) สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ 2 โครงการของรัฐนิวยอร์ก เนื่องจาก เป็นโครงการที่มี “ข้อกำหนดด้านสัญญาตามเชื้อชาติและเพศ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อกฎหมายสิทธิพลเมือง และเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรผู้เสียภาษี” และ “ด้วยความผิดของการชัตดาวน์ที่พรรคเดโมแครตเป็นต้นเหตุ”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



