เรียกได้ว่ากำลังมาแรงและเป็นที่สนใจของสังคมไทยเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ สำหรับ “2 รัฐมนตรีคนนอก” ที่เข้ามาเสริมทัพรัฐบาลของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย โดยทั้งสองท่านคือ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” ที่ได้แถลงระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งแรก ก็ได้รับกระแสชื่นชม ขนาด สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. พรรคประชาชน ยังกล่าวชื่นชม เป็นกำลังใจให้ รมว.พาณิชย์ ที่เห็นตอบและพูดในสภาได้ดีกว่า สส. หลายคน
ในขณะที่รัฐมนตรีคนนอกอีกหนึ่งท่าน ที่ได้รับเสียงชื่นชมไม่แพ้กัน ก็คือ “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.การต่างประเทศ ที่ได้กล่าวถ้อยแถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) สมัยที่ 80 ที่หลายประเทศและประชาชนชื่นชม อีกด้วยนั้น
วันนี้ “เดลินิวส์” จึงขอพาทุกท่านไปร่วมทำความรู้จักถึงดีกรีความสามารถที่เก่งกาจของรัฐมนตรีคนนอกป้ายแดงทั้งสองท่าน

“ศุภจี สุธรรมพันธุ์” นางพญาพลิกฟื้นธุรกิจ สู่แม่ทัพเศรษฐกิจ รมว.พาณิชย์คนใหม่
การเข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ (ชื่อเล่น แต๋ม) ในวัย 61 ปี ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับแวดวงธุรกิจไทย เพราะเธอคือหนึ่งใน “นักบริหารหญิงเหล็ก” ที่มีชื่อเสียงด้านการพลิกฟื้นองค์กรให้กลับมาทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว
-ส่อง คำแถลง ศุภจี รมว.พาณิชย์ พูดในสภาแบบไหน ถึงได้รับคำชมจากฝ่ายค้าน-ภาคเอกชน
เส้นทางจาก IBM สู่ CEO หญิงแกร่ง
นางศุภจี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อปริญญาโทสาขาการเงินและการบัญชีต่างประเทศ จากมหาวิทยาลัย Northrop สหรัฐอเมริกา ความโดดเด่นของเธอเริ่มขึ้นเมื่อครั้งทำงานที่ IBM โดยเธอสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ IBM ประเทศไทย ได้ในวัยเพียง 38 ปี ซึ่งนับเป็นผู้หญิงและผู้บริหารที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กร นอกจากนี้ เธอยังเป็นคนเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่สำนักงานใหญ่ IBM ณ สหรัฐอเมริกา
ผู้เชี่ยวชาญด้านการ “Turnaround” องค์กร
ชื่อเสียงด้านการกอบกู้สถานการณ์ขององค์กรเป็นที่ประจักษ์ เมื่อเธอเข้ารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) โดยสามารถพลิกฟื้นบริษัทที่ขาดทุนติดต่อกันยาวนานถึง 5 ปี ให้กลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกที่เข้าบริหาร และปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งสำคัญในฐานะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) และ เป็นผู้บริหารคนนอกตระกูลคนแรกในองค์กรที่มีอายุมากกว่า 70 ปีแห่งนี้
นางศุภจี ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงมาอย่างเข้มข้น อาทิ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน และหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง โดยเธอมีบุตรทั้งหมด 2 คน การนำประสบการณ์ด้านการบริหาร การเงิน และการพลิกฟื้นธุรกิจมาใช้ในกระทรวงพาณิชย์ จึงเป็นที่จับตาอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของประเทศ

“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ขุนศึกการทูตโลก สู่ รมว.การต่างประเทศ
สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตระดับอาวุโสอย่าง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เข้ามาทำหน้าที่ โดยนายสีหศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2500 จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอพกินส์ (Johns Hopkins University) สหรัฐอเมริกา
บทบาทเด่นบนเวทีการทูตโลกและในประเทศ
นายสีหศักดิ์ เข้ารับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2522 และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการชี้แจงตอบโต้รัฐบาลกัมพูชา เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์เผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ในปี 2546
นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญระดับโลกในฐานะ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และ สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาวเอเชียคนแรก ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) ในวาระปี 2553-2554
-‘สีหศักดิ์’ ร้อง ‘ยูเอ็น’ ชี้กัมพูชาเล่นบทเหยื่อ ยิงยั่วยุโจมตีไทยไม่หยุด
ประสบการณ์ที่สั่งสมก่อนรับตำแหน่งสำคัญ
ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี 2561 นายสีหศักดิ์เคยดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเคยเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ล่าสุด เขายังมีบทบาทสำคัญในการเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมา รวมถึงเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันบทบาทของประเทศไทยให้เข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชุดก่อน นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ อาทิ ที่ปรึกษาพิเศษของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก.



