สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ว่า ฮ่องกงได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเกือบ 4,000 ตัว ภายใต้โครงการปราบปรามอาชญากรรมของตำรวจ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ตัว ภายในปี 2571 ตามเอกสาร ที่มีการยื่นต่อสภานิติบัญญัติของฮ่องกง
นายคริส ถัง รมว.ความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวกับสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า เอไอกำลังถูกนำมาใช้เพื่อติดตามฝูงชน และอ่านป้ายทะเบียนรถ โดยจะถูกนำไปใช้กับผู้คน เช่น การติดตามผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และเขาเสริมว่า เจ้าหน้าที่ยังคงพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เช่น การจัดสรรทรัพยากร และการเลือกใช้เทคโนโลยี แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาสำหรับการเปิดตัวระบบดังกล่าว
Hong Kong to install surveillance cameras with AI facial recognition. In full: https://t.co/eHviTMi1M3
— Hong Kong Free Press HKFP (@hkfp) October 4, 2025
ด้านข้อมูลจากสำนักงานตำรวจฮ่องกงระบุว่า “โครงการสมาร์ต วิว” มีความจำเป็นต่อการปกป้องความมั่นคงของชาติ และป้องกันและตรวจจับอาชญากรรม โดยอ้างความดีความชอบของการใช้กล้องวงจรปิด ในการคลี่คลายคดีมากกว่า 400 คดี และจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 787 คน นับตั้งแต่เปิดตัวโครงการเมื่อปีที่แล้ว
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ “เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์” รายงานเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่จะเริ่มใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์ “อย่างเร็วที่สุด” ภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ตาม ในสหราชอาณาจักร เทคโนโลยีดังกล่าวกลับถูกวิจารณ์ว่า ให้อำนาจที่ไร้การตรวจสอบแก่รัฐบาล ในการละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนในระดับมหาศาล ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาด ที่อาจนำไปสู่การจับกุมผู้ซึ่งไม่ได้กระทำผิดจริง.
เครดิตภาพ : AFP



